เตรียมสอบ นิติกร (ครั้ง 1)

      การดำเนินกิจการต่างๆ ของหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางด้านกฎหมาย ในการตรวจสอบและเสนอความเห็นเกี่ยวกับร่างนิติกรรมสัญญา การดำเนินคดี การดำเนินการทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่ รวมทั้งกิจการพิเศษบางประเภทที่จำเป็นต้องให้ผู้มีความรู้ทางกฎหมายเป็นผู้ดำเนินการ อันเป็นวิชาชีพทางกฎหมาย บุคลากรทางด้านกฎหมายดังกล่าวจะต้องมีคุณวุฒิพื้นฐานคือสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต โดยหน่วยงานแต่ละแห่งก็จะเรียกชื่อตำแหน่งที่แตกต่างกันไป เช่น นักกฎหมายกฤษฎีกา นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน (ด้านกฎหมาย) เป็นต้น แต่ตำแหน่งที่รู้จักแพร่หลาย คือ ตำแหน่งนิติกร

      ผู้เขียนมีประสบการณ์ (ลงสนามสอบ) ในการสอบแข่งขันตำแหน่งนิติกรในหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง (แต่ไม่มีประสบการณ์ภาคเอกชน) จึงขอเล่าสู่กันฟังเฉพาะที่เกี่ยวกับการสอบแข่งขันในภาครัฐ หน่วยงานของรัฐที่สอบแข่งขันตำแหน่งนิติกร อาจมีได้ทั้งข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราว พนักงานจ้างเหมาบริการ การสอบแข่งขันเพื่อจะเป็นนิติกรประจำหน่วนงานต่างๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปนัก นอกจากความรู้ในตัวบทกฎหมายที่ว่าสำคัญที่สุดแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือ วิธีการอ่านตามขอบเขตการสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสนามสอบที่มีอัตราการแข่งขันสูง อาจสูงถึง 1 : 1,000 อาจเป็นตัวตัดสินได้เลยว่า จะสอบได้เป็นนิติกรหรือไม่ ซึ่งบทความเรื่องเตรียมตัวสอบ นิติกร (ครั้ง 1) นี้ ผู้เขียนได้สรุปข้อสังเกตที่สำคัญๆ เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมตัวสอบ ดังนี้
    
      1) อ่านให้ตรงประเด็น ดูขอบเขตเนื้อหากฎหมายที่จะใช้สอบเป็นหลัก เนื่องจากส่วนใหญ่ผู้ออกข้อสอบก็จะเป็นข้าราชการในหน่วยงาน หรือในกรณีที่มีการจ้างสถาบันการศึกษาในการออกข้อสอบ ผู้ออกข้อสอบ ก็จะทดสอบความรู้ด้านกฎหมายต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตการสอบ ส่วนใหญ่จะไม่ถามปัญหานอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในขอบเขต และเกือบทั้งหมดจะเป็นการออกข้อสอบโดยวิธีการเปิดหนังสือหรือตัวบทกฎหมายเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ขอบเขตสอบแข่งขันระบุเนื้อหาที่จะใช้ทดสอบว่า "พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551" ผู้ออกข้อสอบก็จะนำตัวบทกฎหมายในพระราชบัญญัติฉบับนี้ รวมทั้งฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มาถามเป็นปัญหา โดยอาจหยิบยกสาระสำคัญหรือหัวใจของกฎหมายมาถาม หรือนำเงื่อนไขทางกฎหมายที่สำคัญหรือมีการนำมาใช้ปฏิบัติงานเป็นประจำ มาออกข้อสอบ
      ถ้ากรณีขอบเขตการสอบ ระบุว่า "กฎหมายเกี่ยวกับระเบียบข้าราชการพลเรือน" นอกจากจะต้องอ่านพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ก็ควรจะอ่านกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนด้วย แต่เนื่องจากกฎหมายลำดับรองมีจำนวนมาก ไม่สามารถอ่านได้หมด จึงต้องเลือกอ่านบทบัญญัติที่สำคัญก่อน เช่น กฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 กฎ ก.พ.ค. ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ พ.ศ.2551 และกฎ ก.พ.ค. ว่าด้วยการร้องทุกข์และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ พ.ศ. 2551 ด้วย เป็นต้น
      แต่ถ้าในกรณีที่ไม่มีการกำหนดขอบเขตว่าจะใช้กฎหมายฉบับใดในการทดสอบความรู้ อันดับแรก ผู้เข้าสอบจะต้องใช้กฎหมายกลาง กฎหมายหลักหรือกฎหมายที่มีความสำคัญก่อน ได้แก่ 
     - รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง สิทธิหน้าที่ของปวงชนชาวไทย หน้าที่ของรัฐ 
     - กฎหมายสี่มุมเมือง (แพ่งและพาณิชย์ , อาญา , วิธีพิจารณาความแพ่ง , วิธีพิจารณาความอาญา)
     - พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
     - พระราชบัญญัติข้อมูลข่างสารของราชการ พ.ศ.2540
     - พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558
     - พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
     อันดับต่อมา ให้อ่านกฎหมายที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นๆ เหตุผลง่ายๆ ก็คือ นักกฎหมายของหน่วยงานใด ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับกฎ ระเบียบของหน่วยงานนั้น เช่น กรมโยธาธิการและผังเมืองก็ควรอ่านกฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายผังเมือง หรือกรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท ก็ควรอ่านกฎหมายว่าด้วยทางหลวง เป็นต้น

      2) อ่านให้ครอบคลุม คือการอ่านเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตหลัก แม้การออกข้อสอบในส่วนนี้จะไม่นิยมออกหลายข้อ แต่การออกข้อสอบเพียง 2-3 ข้อ ก็อาจเป็นจุดตัดสินได้ว่าใครจะสอบได้ในลำดับต้นๆ หรือได้รับการบรรจุและแต่งตั้งก่อน เนื่องจากถือว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ รู้ลึก รู้จริงมากกว่าผู้อื่น แต่!!! ถ้ายังอ่านเนื้อหาหลักไม่เพียงพอหรือไม่แม่นยำ อย่าไปอ่านเนื้อหาอื่นเพิ่มเติม เพราะจะทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมาก

      3) อ่านอย่างมีคุณภาพ อย่าตะบี้ตะบันอ่านทุกเล่ม อย่าเน้นปริมาณ แต่ต้องเน้นไปที่คุณภาพของการอ่าน อีกทั้งต้องมีสมาธิในการอ่านกฎหมาย อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่การอ่านหนังสืออ่านนอกเวลาหรือหนังสือการ์ตูน ที่จะเข้าใจเนื้อหาได้แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการทำสมาธิ แต่การอ่านครั้งนี้เป็นการอ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทางกฎหมาย

      สำหรับเนื้อหาขอบเขตการสอบแข่งขันในตำแหน่งนิติกร ของหน่วยงานต่างๆ ผู้เขียนจะได้นำเสนอในโอกาสต่อไป

นายณวรัตม์ ศิรพิพัฒน์
20 กุมภาพันธ์ 2561

ความคิดเห็น