บทความ

ไม่มีอำนาจฟ้องคดีอุทลุม (ฎ.3013/2568)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 บัญญัติว่า "ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้..." อันเป็นบทบัญญัติตัดสิทธิห้ามมิให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดฟ้องบุพการีของตน จึง ต้องตีความอย่างเคร่งครัด โดยจำกัดเฉพาะกรณีบุคคลผู้ฟ้องคดีในฐานะที่ตนเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ฟ้องบุพการีเพื่อประโยชน์ส่วนตัว   คดีนี้ แม้ตามคำฟ้องของโจทก์ระบุว่า เป็นการฟ้องจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมและผู้จัดการมรดกของนายนพผู้ตายดังที่โจทก์ฎีกาก็ตาม แต่จำเลยเป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์  และโจทก์มีคำขอให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาท ซึ่งมีชื่อจำเลยและนายนพผู้เป็นบิดาเป็นชื่อของโจทก์ โดยอ้างว่าจำเลยและนายนพได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว  ถ้าหากนายนพยังมีชีวิตอยู่ โจทก์ก็ไม่อาจฟ้องนายนพผู้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายให้โอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ด้วยเหตุอย่างเดียวกันนี้ได้ เพราะเป็นคดีอุทลุมต้องห้ามตามมาตรา 1562 ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมและผู้จัดการมรดกของนายนพผู้ตาย ให้ไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นชื่อของโจทก์ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ในฐานะบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายฟ้องจำเลยซึ่งเป็นบุพการีเพื่...

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายละเมิด (ครั้งที่ 11-12)

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายละเมิด (ครั้งที่ 11-12) อาจารย์อัมภัสชา ดิษฐอำนาจ วันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2568 ********** 1. ความเสียหายอันเกิดจากยานพาหนะ -ม.437 วรรคหนึ่ง  "บุคคลใด ครอบครอง หรือ ควบคุมดูแล ยานพาหนะอย่างใด ๆ อันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล บุคคลนั้นจะ ต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะนั้น เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัย หรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหายนั้นเอง" -ความเสียหายอันเกิดจากยานพาหนะนี้ ต้องเป็นยานพาหนะที่เดินด้วยเครื่องจักรกล -ยานพาหนะที่เคลื่อนที่ไปด้วยกำลังเครื่องจักรกล เครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้า พลังงานปรมาณู พลังงานแสงแดด พลังงานแม่เหล็ก ที่ทำให้เครื่องจักรกลทำงาน -กรณีถือว่ามีสภาพเดียวกับยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล เช่น เรือโยง เรือพ่วง เรือลาก รถลาก รถพ่วง รถแล่นดับเครื่อง -ถ้าจอดอยู่กับที่ , รถจอดเทปูน เป็นทรัพย์อันตราย 1.1) ความเสียหายเกิดขณะยานพาหนะนั้นเดิน ต้องเกิดจากยานพาหนะโดยตรง โดย ยานพาหนะต้องเคลื่อนที่อยู่ด้วยขณะเกิดเหตุ เช่น เฉี่ยวชน หม้อน้ำรถระเบิด ถังน้ำมันลุกไหม้ ซุงหลุดจาก...

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายละเมิด (ครั้งที่ 9-10)

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายละเมิด (ครั้งที่ 9-10) อาจารย์อัมภัสชา ดิษฐอำนาจ วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2568 ********** 1. หลักสำคัญของละเมิด  -ละเมิดหรือไม่ ใครต้องรับผิดบ้าง ม.420-437 (ปีที่แล้วออกม.422) -รับผิดเพียงใด ม.438-446 -ตอบข้อสอบใส่เลขมาตรา จะช่วยในการตรวจข้อสอบ 2. ความรับผิดของบิดา มารดา และผู้อนุบาล -ม.429  " บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถ เพราะเหตุเป็นผู้เยาว์หรือวิกลจริต ก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น" -ทางแพ่ง ผู้เยาว์หรือผู้วิกลจริตทำละเมิดต้องรับผิดม.420 และบิดามารดาหรือผู้อนุบาลรับผิดตามม.429 -บิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น รวมถึงผู้รับบุตรบุญธรรมด้วยม.1598/28 -ข้อยกเว้น  บิดามารดาหรืผู้อนุบาล ต้องพิสูจน์ ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแลซึ่งทำอยู่นั้น -ฎ.612/2488 ตามปกติย่อมเป็นการเหลือวิสัยบิดามารดาจะดูแลไม่ให้บุตรไปฉุดคร่าหญิง บิดามารดาจึงไม่ต้องร่วมรับผิด -ฎ.8138/2555 ผู้เยาว์...

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายละเมิด (ครั้งที่ 7-8)

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายละเมิด (ครั้งที่ 7-8) อาจารย์วัชระ เนติวาณิชย์ วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2568 ********** 1. ม.423  "ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้   ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่" 1.1) ผู้ใด รวมถึงนิติบุคคลด้วย ม.70 , 76  1.2) กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย โดยวิธีพูด เขียน โทรศัพท์ โทรสาร อินเตอร์เน็ต แสดงละคร งิ้ว ภาพยนตร์ กิริยาท่าทาง หรือทำอย่างไรก็ได้ที่สื่อให้บุคคลที่สามเข้าใจความหมาย 1.3) ซึ่งข้อความอัน ฝ่าฝืนต่อความจริง คือ ข้อความเท็จ  -ถ้าพูดความจริงในส่วนกฎหมายละเมิดไม่เป็นความผิ...

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ (ครั้งที่ 15) ครั้งสุดท้าย

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ (ครั้งที่ 15) ครั้งสุดท้าย อาจารย์ฉันทวัธน์ วรทัต วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน 2568 ********** 1. การเช่าช่วงหรือโอนสิทธิการเช่า* -ม.544  "ทรัพย์สินซึ่งเช่านั้น ผู้เช่าจะให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิของตนอันมีในทรัพย์สินนั้นไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก ท่านว่าหาอาจทำได้ไม่ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า   ถ้าผู้เช่าประพฤติฝ่าฝืนบทบัญญัติอันนี้ ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้"  -แม้ผู้เช่าฝ่าฝืนให้เช่าช่วงโดยมิชอบ สัญญาเช่าช่วงก็ไม่สูญเปล่าไป ไม่เป็นโมฆะ ยังคงมีผลผูกพันระหว่างผู้เช่ากับผู้เช่าช่วง ฎ.730/2494 , หรือถ้าผู้เช่าโอนสิทธิการเช่าโดยฝ่าฝืน ก็ไม่เป็นโมฆะ มีผลผูกพันระหว่างผู้โอนกับผู้รับโอน -การเช่าช่วง ก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับม.538 -ผู้เช่าให้เช่าช่วงโดยไม่ชอบ และไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือ ถือว่าผู้เช่าช่วงเป็นบริวารของผู้เช่า ผู้เช่าจึงฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วงได้ ฎ.6275/2551 , และหากเป็นกรณีที่ผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่ผู้เช่า ก็สามารถนำคำพิพากษาบังคับให้ผู้เช่าช่วงซึ่งเป็นบริวารออก...

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ (ครั้งที่ 13-14)

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ (ครั้งที่ 13-14) อาจารย์ฉันทวัธน์ วรทัต วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2568 ********** 1. ผู้ให้คำมั่นจะให้เช่าตายหรือเป็นคนไร้ความสามารถ  -ม.169 วรรคสอง "การแสดงเจตนาที่ได้ส่งออกไปแล้ว ย่อมไม่เสื่อมเสียไป แม้ภายหลังการแสดงเจตนานั้นผู้แสดงเจตนาจะถึงแก่ความตาย หรือถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ"  -ม.360 "บทบัญญัติแห่งมาตรา 169 วรรคสอง นั้น ท่านมิให้ใช้บังคับ ถ้าหากว่าขัดกับเจตนาอันผู้เสนอได้แสดง หรือหากว่าก่อนจะสนองรับนั้น คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้อยู่แล้วว่าผู้เสนอตายหรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ" -ผู้ให้เช่าโอนทรัพย์สินให้คนบุคคลภายนอก คำมั่นจะให้เช่าที่ระบุไว้ในสัญญาเช่านั้น ไม่โอน ไปยังผู้รับโอน เพราะผู้ให้เช่ามีสิทธิและหน้าที่ตามป.พ.พ. ส่วนเรื่องคำมั่นจะให้เช่าไม่มีบัญญัติในป.พ.พ. ผู้รับโอนไม่ต้องผูกพันคำมั่นนั้น -ฎ.4655/2566 ทำสัญญาเช่า 30 ปี และมีคำมั่นจะให้เช่าอีก 2 คราว ๆ ละ 30 ปี ซึ่งได้มีการชำระค่าเช่า 30 ปี และค่าเช่าตามคำมั่นครบแล้ว แสดงให้เห็นเจตนาหลีกเลี่ยงม.540 ส...

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ (ครั้งที่ 11-12)

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ (ครั้งที่ 11-12) อาจารย์ฉันทวัธน์ วรทัต วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2568 ********** 1. บุคคลผู้มีสิทธิไถ่ ม.497 -ใช้สิทธิไถ่วันสุดท้ายได้ถึง 24.00 น. ส่วนการจดทะเบียนทำวันหลังได้ -การใช้สิทธิไถ่ไม่มีแบบ ถ้าชำระสินไถ่แล้ว นำบุคคลเข้าสืบได้ -ม.497 " สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้น จะพึงใช้ได้แต่บุคคลเหล่านี้ คือ   (1) ผู้ขายเดิม หรือทายาทของผู้ขายเดิม (ผู้ขายฝากตายก่อนไถ่) หรือ   (2) ผู้รับโอนสิทธินั้น หรือ   (3) บุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดยเฉพาะว่าให้เป็นผู้ไถ่ได้" -ขายสิทธิไถ่ ให้บุคคลอื่นได้ 2. บุคคลผู้มีหน้าที่รับไถ่ ม.498 -ม.498 "สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้น จะพึงใช้ได้เฉพาะต่อบุคคลเหล่านี้ คือ   (1) ผู้ซื้อเดิม หรือทายาทของผู้ซื้อเดิม หรือ   (2) ผู้รับโอนทรัพย์สิน หรือรับโอนสิทธิเหนือทรัพย์สินนั้น แต่ในข้อนี้ ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์จะใช้สิทธิได้ต่อเมื่อผู้รับโอนได้รู้ในเวลาโอน ว่าทรัพย์สินตกอยู่ในบังคับแห่งสิทธิไถ่คืน " -ม.498(2) ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ...

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ (ครั้งที่ 10)

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายซื้อขาย เช่าทรัพย์ เช่าซื้อ (ครั้งที่ 10) อาจารย์ฉันทวัธน์ วรทัต วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม 2568 ********** 1. ขายฝากเป็นสัญญาซื้อขายประเภทหนึ่ง มีข้อตกลงเป็นการทำสัญญาซื้อขาย ทำให้กรรมสิทธิ์ตกไปยังผู้ซื้อ โดยมีข้อตกลงว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้ -ผู้ขายฝากทรัพย์สินไปแล้ว ระหว่างนั้นไปทำสัญญาจะซื้อจะขายทรัพย์สินนั้นอีกได้ เพราะผู้ทำสัญญาจะซื้อจะขายไม่จำต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ถ้าผู้ขายฝากไม่ไถ่ทรัพย์สิน ผู้จะซื้อเรียกค่าเสียหายได้ หรือจะใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินก็ได้ ตามม.233 , 234 (ฎ.294/2492) , (ฎีกาใหม่อ้างม.497(2) ฎ.4729/2543) 1.1) ข้อตกลงกำหนดระยะเวลาไถ่ทรัพย์สินคืน -ม.494 "ท่านห้ามมิให้ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากเมื่อพ้นเวลาดังจะกล่าวต่อไปนี้   (1) ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ กำหนดสิบปีนับแต่เวลาซื้อขาย   (2) ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ กำหนดสามปีนับแต่เวลาซื้อขาย" -ม.495 "ถ้าในสัญญามีกำหนดเวลาไถ่เกินไปกว่านั้น ท่านให้ลดลงมาเป็นสิบปีและสามปีตามประเภททรัพย์" -ถ้าไม่ได้กำหนดเวลาไถ่ ม.492 "ในกรณีที่มีการไถ่ทรัพย์สิน...