บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ข้าราชการครู

คู่มือกรณีตัวอย่างความผิดทางวินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

รูปภาพ
คู่มือกรณีตัวอย่างความผิดทางวินัย ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.)

คู่มือการดำเนินการทางวินัย อุทธรณ์และร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

รูปภาพ
คู่มือการดำเนินการทางวินัย การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  ✅ (ฉบับเต็ม) ✅ (ฉบับย่อ) (สำนักงาน ก.ค.ศ.)

การประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดีของข้าราชการครู (คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 6/2566)

คดีนี้สื่บเนื่องมาจากศึกษาธิการจังหวัด ได้มีคำสั่งให้ นาย ศ. ข้าราชการครู ออกจากราชการ เนื่องจากเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทั่วไป ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 30 (7) กรณีเป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีสำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา เนื่องจากเคยถูกจับกุมและถูกดำเนินคดีอาญา 2 คดี ดังนี้   ครั้งที่ 1 ถูกจับเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2543 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาว่ามีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานเสพเมทแอมเฟตามีน   ครั้งที่ 2 ถูกจับเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2549 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาว่ามีความผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา)  นาย ศ. จึงยื่นฟ้องคดีปกครองขอให้เพิกถอนคำสั่ง ศาลปกครองชั้นต้นยกฟ้อง  นาย ศ. อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ระหว่างการพิจารณาคดี นาย ศ. โต้แย้งว่า พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 30 (7) ไม่ได้กำหนดให้การกระทำเช่นใดถือเป็นการประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี ซึ่งกรณีของนาย ศ. เป็นความผิดเล็กน้อย มิใช่การประพฤติชั่วอ...

ข้าราชการครูเล่นการพนันประเภทที่ห้ามเด็ดขาด (ไพ่ป๊อกแปด - เก้า) ถูกลงโทษปลดออกจากราชการ เหมาะสมกับความผิดแล้ว

รูปภาพ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งลงโทษปลดออกจากราชการ กรณีกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในเรื่องถุกจับกุมดำเนินคดีอาญาในข้อกล่าวหาว่าร่วมเล่นการพนันไพ่ป๊อกแปด - เก้า อันเป็นการพนันประเภทห้ามขาด ตามบัญชี ก อันดับที่ 11 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 พนันเอาทรัพย์สินกันโดยมิได้มีพระราชกฤษฎีกาอนุญาตให้เล่นได้  โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่าพนักงานอัยการจังหวัดได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัด และศาลพิจารณาแล้วพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง 3 เดือน โดยไม่รอการลงโทษต่อมาศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คดีถึงที่สุด ข้าราชการครูดังกล่าวถูกกักขังตามคำพิพากษาตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2553 เป็นต้นไป อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับการอุทธรณ์และการร้องทุกข์ (ที่ทำการแทน ก.ค.ศ.) เห็นว่า กรณีดังกล่าว ไม่ถือว่าข้าราชการครู ผู้อุทธรณ์ ต้องโทษให้จำคุกจริง ๆ เนื่องจากผลของคดีถึงที่สุดได้ถุกเปลี่ยนจากโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 มาตรา 23 และมาตรา 24 สำหรับประเ...

ข้าราชการครูไปให้การและสืบพยานในฐานะจำเลย ต้องลากิจ ไม่ถือเป็นการไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ

รูปภาพ
การที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลยุติธรรม แม้ว่ากรณีเป็นการฟ้องคดีอันสืบเนื่องจากการกระทำในขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูก็ตาม แต่เมื่อเป็นการฟ้องคดีอาญาในความผิดฐานร่วมกันยักยอก ร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ซึ่งเป็นการดำเนินคดีส่วนตัว กรณีดังกล่าวจึงไม่ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของทางราชการโดยส่วนรวมโดยตรง และไม่ถือว่าเป็นการไปปฏิบัติหน้าที่ราชการตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปศาล ที่ให้ถือว่าเป็นการไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2526 ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0201/ว 56 ลงวันที่ 18 เมษายน 2626 ซึ่งกำหนดไว้เฉพาะกรณีเดินทางไปศาลเพื่อเป็นพยานตามหมายเรียกศาล กรณีที่ส่วนราชการหรือพนักงานอัยการเป็นโจทก์หรือจำเลย และได้อ้างข้าราชการเป็นพยาน   ดังนั้น เมื่อศาลมีหมายเรียกให้จำเลยไปให้การแก้ข้อกล่าวหาต่อศาล ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจำต้องลากิจส่วนตัว ต่อผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุมัติ ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึก...