บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ทนายความ

การให้ทนายความหรือบุคคลภายนอกเข้าร่วมดำเนินคดีกับพนักงานอัยการ

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบาย สำนักงานอัยการสูงสุุด ครั้งที่ 5/2545 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2545 พิจารณาเห็นว่า เป็นการสมควรที่จะปรับปรุงระบบงานยุติธรรมของสำนักงานอัยการสูงสุด ให้สอดคล้องเหมาะสมกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม จึงมีมติให้ยกเลิกหนังสือกรมอัยการ (ที่ มท 1002/1084 ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2510 เรื่อง การจ้างบุคคลภายนอกเป็นทนายเข้าร่วมดำเนินคดีกับพนักงานอัยการ) และให้ถือปฏิบัติในเรื่องการให้ทนายความหรือบุคคลภายนอกเข้าร่วมดำเนินคดีแก้ต่างกับพนักงานอัยการ ดังต่อไปนี้ ในคดีแพ่งหรืออาญาหรือปกครอง ซึ่งเจ้าพนักงานถูกฟ้องในเรื่องการที่ได้กระทำไปตามหน้าที่ ซึ่งพนักงานอัยการรับแก้ต่างคดีไว้แล้ว หากตัวความแสดงความประสงค์ขอแต่งตั้งทนายความหรือบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมแก้ต่างคดีกับพนักงานอัยการ ให้หัวหน้าพนักงานอัยการพิจารณาอนุญาตให้กระทำได้ ในกรณีที่มีทนายความหรือบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมแก้ต่างคดีกับพนักงานอัยการ ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าทนายความหรือบุคคลภายนอกจะกระทำหรือละเว้นการกระทำใด ๆ ให้คดีของพนักงานอัยการเสียหาย ให้พนักงานอัยการพิจารณาขอให้ทนายความหรือบุคคลภายนอกละเว้นหรือกระทำการนั้น ๆ ได้ หากท...

หน่วยงานของรัฐจัดทำใบแต่งทนายความคดีแพ่ง

หน่วยงานของรัฐที่ขอความอนุเคราะห์พนักงานอัยการ ว่าต่างหรือแก้ต่างคดี ต้องดำเนินการเกี่ยวกับใบแต่งทนายความก่อนยื่นคำฟ้อง คำให้การ และฟ้องแย้ง ดังนี้ ✅ ต้องใช้แบบพิมพ์ใบแต่งทนายความของศาลยุติธรรม โดยข้อความแต่งทนายความและคำรับเป็นทนายต้องอยู่แผ่นเดียวกัน (ด้านหน้าและด้านหลัง) ✅ กรณีมีการมอบอำนาจ ให้ลงนามในใบแต่งทนายความโดยระบุตำแหน่ง และส่งสำเนาคำสั่งการดำรงตำแหน่งของผู้รับมอบอำนาจ ✅ ข้อความในใบแต่งทนายความ ควรระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน        ✔ ให้อำนาจทนายความดำเนินกระบวนพิจารณาไปในทางจำหน่ายสิทธิของคู่ความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 62 ให้ครบถ้วน        ✔ ให้ทนายความมีอำนาจดำเนินการแทนโดยครอบคลุม เช่น เรื่องการรับเงิน และรับเอกสารคืนจากศาล        ✔ ระบุชื่อ นามสกุล และตำแหน่งไว้ใต้ลายมือชื่อของผู้แต่งทนาย ✅ ในกรณีว่าต่าง ยังไม่ต้องกรอกชื่อคู่ความในใบแต่งทนาย เนื่องจากพนักงานอัยการต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีก่อน ว่าจะยื่นฟ้องจำเลยได้ครบทุกราย ตามที่หน่วยงานตัวความแจ้งความประสงค์หรือไม่ ✅ ให้จัดส่งใบแต่ง...

ทนายความโจทก์มีสิทธิขอคัดข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลของจำเลยหรือไม่

เรื่องนี้สืบเนื่องมาจาก ทนายความซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายโจทก์ มาขอคัดใบเปลี่ยนชื่อตัว และใบเปลี่ยนชื่อสกุลของจำเลยต่ออำเภอธัญบุรี โดยทนายความโจทก์ได้ยื่นใบคำฟ้อง และใบแต่งทนายความ เพื่อแสดงว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียมาขอคัดเอกสารดังกล่าว เพื่อจะนำไปใช้ดำเนินคดี อำเภอธัญบุรีได้ขอหารือต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ รวม 4 ประเด็น โดยมีประเด็นสำคัญว่า ทนายความเป็นผู้มีส่วนได้เสียสามารถขอคัดใบเปลี่ยนชื่อ และใบเปลี่ยนชื่อสกุลของจำเลยหรือไม่  คณะอนุกรรมการตอบข้อหารือตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ ในคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการพิจารณาแล้ว เห็นว่า พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เป็นกฎหมายที่ให้สิทธิแก่ประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าสารเกี่ยวกับการดำเนินการต่าง ๆ ของรัฐ โดยกำหนดให้บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ย่อมมีสิทธิขอตรวจดู ขอสำเนา หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถุกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 9 วรรคสาม ประกอบมาตรา 11 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น ทนายความจึงเป็นผู้มีสิทธิยื่นคำขอคัดใบเปลี่ยนชื่อ และใบเปลี่ยนชื่...

หลักการให้คู่กรณีมีสิทธิโต้แย้งข้อเท็จจริงและมีส่วนร่วมในกระบวนพิจารณา

หลักการให้คู่กรณีมีสิทธิโต้แย้งข้อเท็จจริงและมีส่วนร่วมในกระบวนพิจารณา ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มีดังนี้ 1. สิทธิในการได้รับคำแนะนำและได้รับแจ้งสิทธิหน้าที่ของตนในกระบวนพิจารณา รวมถึงผลกระทบสิทธิหน้าที่จากคำสั่งทางปกครองที่จะเกิดขึ้น (มาตรา 27) และสิทธิในการอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งทางปกครองภายในระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์หรือโต้แย้งนั้น (มาตรา 40) 2. สิทธินำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้ามาในการพิจารณาทางปกครอง (มาตรา 23) และสิทธิแต่งตั้งตัวแทน (มาตรา 24) โดยอาจเป็นตัวแทนของคู่กรณีรายเดียว (มาตรา 24 วรรคหนึ่ง) หรือตัวแทนร่วมของคู่กรณีเกิน 50 คน (มาตรา 25) 3. สิทธิในการทราบข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาอย่างเพียงพอภายในระยะเวลาอันสมควร เพื่อให้สามารถโต้แย้งและแก้ข้อกล่าวหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เว้นแต่กรณีตามข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด เช่น เหตุเกี่ยวกับความเร่งด่วนหรือสภาพของเรื่อง ซึ่งหากเจ้าหน้าที่เห็นควรก็อาจยังคงให้โอกาสคู่กรณีโต้แย้งได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะ (มาตรา 30) 4. สิทธิในการขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นแก่การใช...

สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (ส.ช.น.)

รูปภาพ
สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (ส.ช.น.) ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2512 ซึ่งเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ผู้ทรงพระราชทานกำเนิดเนติบัณฑิตยสภา เพื่อส่งเสริมความรู้ในวิชานิติศาสตร์ และควบคุมมรรยาทของผู้ประกองวิชาชีพกฎหมาย รวมทั้งให้อนุเคราะห์แก่บุคคลผู้ยากจน หรือมีรายได้น้อย ได้มีโอกาสป้องกันสิทธิของตนและให้ประชาชนมีสิทธิได้รับความยุติธรรมตามกฎหมายโดยเสมอภาคและทั่วหน้ากัน ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย 2 ประเภท คือ 1. การให้คำแนะนำและปรึกษาปัญหากฎหมาย แก่ประชาชนทั่วไปโดยไม่เสียค่าบริการใด ๆ ซึ่ง ส.ช.น. ได้จัดให้มีทนายความอาสา เพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาประจำทุกวันในเวลาราชการ สำหรับประชาชนที่ต้องการคำปรึกษาสามารถเดินทางมาขอรับคำปรึกษาด้วยตนเอง หรือทางโทรศัพท์ 02-887-6811 , 02-887-6801-7 ต่อ 104, 108, 109 2. การให้ความช่วยเหลือในการดำเนินคดี  ทั้งคดีแพ่ง อาญา หรือเรื่องอื่นใด โดยไม่ต้องเสียค่าจ้างทนายความหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น (ยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมต่าง ๆ ที่จะต้องเสียให้แก่ศาลหรือทางราชการ เช่น ค่าขึ้นศาล ค่าคำร้องคำขอ ค...

ใบแต่งทนายความไม่ระบุอำนาจโดยชัดแจ้ง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3457/2564)

รูปภาพ
หากใบแต่งทนายความไม่ได้ระบุเรื่องกระบวนพิจารณาในทางจำหน่ายสิทธิของคู่ความแล้ว ทนายความย่อมไม่มีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนนี้ได้ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 62 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า "ทนายความซึ่งคู่ความได้ตั้งแต่งนั้น มีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ แทนคู่ความได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อรักษาผลประโยชน์ของคู่ความนั้น แต่ถ้ากระบวนพิจารณาใดเป็นไปในทางจำหน่ายสิทธิของคู่ความ เช่น การยอมรับตามที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้อง การถอนฟ้อง การประนีประนอมยอมความ การสละสิทธิ หรือใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกา หรือในการขอให้พิจารณาคดีใหม่ ทนายความไม่มีอำนาจที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาเช่นว่านี้ได้โดยมิได้รับอำนาจจากตัวความโดยชัดแจ้ง อำนาจชัดแจ้งเช่นว่านี้ จะระบุให้ไว้ในใบแต่งทนายความสำหรับคดีเรื่องนั้น..." เช่นนี้ การสละสิทธิหรือใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกา และกระบวนพิจารณาใดที่เป็นไปในทางจำหน่ายสิทธิของคู่ความ จึงต้องได้รับมอบอำนาจจากตัวความโดยชัดแจ้ง ทนายความจึงจะมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าวแทนตัวความได้ ดังนั้น เมื่อตาม...