บทความ

ชะลอการยุบเลิกกองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ (มติคณะรัฐมนตรี 21 กรกฎาคม 2569)

คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน ได้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติการยุบเลิก กองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ ในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากกองทุนจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 มาตรา 56 นับจากวันที่กฎหมายบังคับใช้ มิได้ดำเนินภารกิจตามวัตถุประสงค์ของกองทุน แสดงให้เห็นว่ากองทุนไม่มีความพร้อมและไม่มีความจำเป็นจะต้องดำเนินการ ซึ่งพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 มาตรา 40 (1) และ (2) บัญญัติให้การยุบเลิกทุนหมุนเวียนให้กระทำได้ในกรณีหมดความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งทุนหมุนเวียนนั้นแล้ว หรือทุนหมุนเวียนได้หยุดการดำเนินงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ประกอบกับประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและการรายงานผลการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2559 ข้อ 9 วรรคสอง กำหนดให้ในกรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดำเนินงานของทุนหมุนเวียนนั้นอาจดำรงอยู่ต่อไปไม่ได้ หรือหมดความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ หรือหยุดการดำเนินงานโดยไม่มีเหตุ...

การปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 (มติคณะรัฐมนตรี 9 มีนาคม 2542)

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2542 เห็นชอบแนวทางดำเนินการในการบังคับใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติดังนี้ 1. เมื่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการให้คำปรึกษา แนะนำ หรือให้ความเห็นเรื่องร้องเรียน ให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และให้เร่งรัดดำเนินการเป็นกรณีด่วนที่สุด 2. เมื่อสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ได้ประสานขอความร่วมมือในการขอเอกสาร หรือขอทราบข้อเท็จจริงประกอบการดำเนินการเรื่องร้องเรียนหรืออุทธรณ์ ให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือ กับสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ในการเร่งรัดจัดส่งเอกสารหรือให้ข้อเท็จจริง ตามที่ได้รับการประสานขอความร่วมมือ 3. เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ได้มีคำวินิจฉัยและแจ้งให้หน่วยงานของรัฐทราบแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐที่ได้รับแจ้งถือปฏิบัติตามคำวินิจฉัยโดยเคร่งครัด ภายใน 7 วันนับแต่วันที่รับทราบคำวินิจฉัย 4. หากหน่วยงานของรัฐแห่งใด มีปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ หรือการให้ความร่วมมือกับสำนักงาน...

เจตนาทางอาญา & จงใจทางแพ่ง (ฎ.3503/2543)

การกระทำโดยเจตนาในทางอาญาและการกระทำโดยจงใจในทางแพ่งมีความหมายทำนองเดียวกัน กล่าวคือ การกระทำโดยเจตนาในทางอาญา หมายถึงการกระทำโดยรู้สำนึกในการกระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น ส่วนการกระทำโดยจงใจในทางแพ่ง หมายถึงกระทำโดยรู้สำนึกถึงผลเสียหายที่จะเกิดจากการกระทำของตน หรืออีกนัยหนึ่งคือ กระทำโดยรู้ว่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น อันมีความหมายกว้างกว่าการกระทำโดยเจตนาในทางอาญา  การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในคดีนี้ว่า ข้อเท็จจริงรับฟัง ได้แต่เพียงว่าโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ได้สอบถามและแสดงกิริยาในลักษณะไม่นอบน้อมอย่างเพียงพอต่อ ป. ลูกค้าของโรงแรมของจำเลยที่ 1  ทำให้ ป. ไม่พอใจตัวโจทก์  ซึ่ง ไม่ปรากฏโจทก์กระทำไปโดยเจตนาจะให้เกิดความเสียหายแก่โรงแรมของจำเลยที่ 1 จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหาย เป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางนำเอาข้อเท็จจริงที่รับฟังยุติแล้วมาปรับข้อกฎหมาย โดยหยิบยกเอาการกระทำของโจทก์ว่าไม่มีเจตนาก่อให้เกิดความเสียหายแก่โรงแรมของจำเลยที่ 1 มาเป็นเหตุผลประกอบในการวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้จงใจทำให...

การเกณฑ์ทหารไม่ขัดรัฐธรรมนูญ (คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2569)

รูปภาพ
ดาวน์โหลดไฟล์ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2569

ภาพวิดีโอกล้องวงจรปิดขณะพิจารณาคดี ไม่อยู่ภายใต้บังคับพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 (คำสั่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ ที่ สค 8/2569)

พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 4 บัญญัติว่า "หน่วยงานของรัฐ" หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ศาลเฉพาะในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี องค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพ หน่วยงานอิสระของรัฐและหน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อข้อเท็จจริงในกรณีนี้รับฟังได้ว่าข้อมูลข่าวสารที่ผู้อุทธรณ์ร้องขอ คือ สำเนาภาพวิดีโอกล้องวงจรปิด ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 404 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 ระหว่างเวลา 09.00-12.00 น. ซึ่งอยู่ระหว่างเวลาที่ศาลอ่านคำพิพากษาและอ่านกระบวนพิจารณาคดี จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ที่คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดิน และการบังคับใช้กฎหมายจะรับไว้พิจารณาวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งให้ยุติการพิจารณาอุทธรณ์นี้และจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบอุทธรณ์ ที่มา คำสั่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ สค 8/2569 เรื่อง อุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผ...

การสอบถามข้อเท็จจริง ไม่ใช่คำขอข้อมูลข่าวสาร (คำสั่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ ที่ สค 25/2569)

ผู้อุทธรณ์ได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี กรมอนามัย เพื่อขอทราบชื่อ สกุล ตำแหน่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีร้องเรียนเท็จก่อให้เกิดความเสียหาย ชื่อเสียง ตำแหน่ง หน้าที่ในทางราชการ แต่ศูนย์อนามัยฯ มีหนังสือปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ตามมาตรา 24 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผู้อุทธรณ์จึงได้มีหนังสือถึงประธานกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่ออุทธรณ์คำสั่งปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของศูนย์อนามัยฯ ดังกล่าว คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย พิจารณาแล้วเห็นว่า หนังสือขอทราบชื่อ สกุล ตำแหน่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีร้องเรียนเท็จก่อให้เกิดความเสียหายฯ ของผู้อุทธรณ์ดังกล่าว มีลักษณะเป็นการสอบถามข้อเท็จจริง มิได้ระบุคำขอข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และการที่ศูนย์อนามัยฯ มีหนังสือปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามตามมาตรา 24 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจโดยเฉพาะของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามล...

สัญญาจ้างเป็นโมฆียะเพราะสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคล โจทก์ใช้สิทธิบอกล้าง สัญญาจ้างจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ฟ้องผู้ค้ำประกันไม่ได้ (ฎ.7125/2568)

คณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำชี้ขาดแล้วว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างเป็นโมฆียะ เพราะเกิดขึ้นโดยการสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคล และโจทก์ใช้สิทธิบอกล้างแล้ว สัญญาดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะ คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง  และคดีที่โจทก์ฟ้องผู้รับจ้างเพื่อเรียกคืนเงินค่าจ้าง ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้พิพากษาให้ผู้รับจ้างคืนเงินค่าจ้างล่วงหน้างวดที่ 1 แก่โจทก์ อันเป็นการชี้ขาดตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างตกเป็นโมฆะด้วยมีการบอกล้างโมฆียกรรมแล้ว  ดังนั้น โจทก์ต้องผูกพันตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ชี้ขาดว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างตกเป็นโมฆะ เป็นผลให้นิติกรรมระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างถือว่าเป็นโมฆะย้อนหลังขึ้นไปนับแต่วันเริ่มต้นทำสัญญา เสมือนว่าโจทก์กับผู้รับจ้างไม่ได้ทำนิติกรรมกันเลยมาตั้งแต่เริ่มต้นทำนิติกรรม   แม้จำเลยทำหนังสือสัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาของผู้รับจ้างไว้ต่อโจทก์ แต่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 681 การค้ำประกันมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์ เมื่อสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผ...