บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ หนี้

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายนิติกรรม สัญญา (ครั้งที่ 15)

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายนิติกรรม สัญญา (ครั้งที่ 15) อาจารย์นรินทร ตั้งศรีไพโรจน์ วันพุธที่ 27 สิงหาคม 2568 ********** ข้อสอบข้อที่ 2 น่าจะเป็นเรื่อง หนี้ หรือสัญญา ส่วนนิติกรรมออกล่าสุดปีที่แล้ว ,  เรื่องสัญญา ให้ดูคำเสนอ คำสนอง ข้อสันนิษฐานสัญญาเกิดไม่เกิด ม.366 วรรคหนึ่ง วรรคสอง , 359 (ม.368 การตีความ น่าจะยากไปในระดับเนติฯ) ผลแห่งสัญญาต่างตอบแทน ม.369 , 370 วรรคหนึ่ง (เปรียบเทียบกับม.219) , 372 วรรคหนึ่ง , ม.218 เรื่องสัญญามุมที่จะออกข้อสอบมีไม่เยอะ แต่ถ้าไม่เคยเห็นข้อสอบ ไม่เคยเห็นฎีกา จะค่อนข้างยาก 1. สัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก ไม่ได้ออกข้อสอบนานแล้ว  ( 3 มาตรา 4 เรื่อง)   เรื่องนี้ท่านอาจารย์ไพโรจน์ ชอบออก*** -ม.374 วรรคหนึ่ง ลักษณะของสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก -ม.374 วรรคสอง สิทธิของบุคคลภายนอกเกิดขึ้นเมื่อใด ถ้าเข้าถือสิทธิ สิทธิเกิดแล้ว ใครก็มาทำลายไม่ได้ -ม.375 เปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิบุคคลภายนอก ถ้าเข้าถือสิทธิแล้ว เปลี่ยนแปลงระงับไม่ได้แล้ว -ม.376 การยกข้อต่อสู้ที่เกิดจากสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอก คู่สัญญาจะยกข้อต่อสู้กับบุคคลภายนอ...

ชำระดอกเบี้ยที่เรียกเกินอัตราไปแล้ว มีจำนวนมากกว่าหนี้ต้นเงินกู้ ไม่มีหนี้ที่จะบังคับกันได้อีกต่อไป (ฎ.1160/2568)

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า สัญญาประนีประนอมยอมความข้อพิพาททางแพ่ง เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 บัญญัติว่า "อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน"  ดังนั้น ลักษณะสำคัญของสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงต้องเป็นสัญญาระหว่างคู่กรณีพิพาท เพื่อระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นให้เสร็จสิ้นไปและคู่กรณีต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน  เมื่อพิจารณาสัญญาประนีประนอมยอมความข้อพิพาททางแพ่งแล้ว เป็นสัญญาที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดตราดได้ทำการไกล่เกลี่ยเรื่องการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์ผู้ถูกร้องกับจำเลยทั้งสี่ผู้ร้อง จำเลยทั้งสี่ตกลงจะชำระหนี้ต้นเงินกู้ 1,930,000 บาท ให้แก่โจทก์จนครบถ้วน โดยผ่อนชำระหนี้เป็นงวดรายเดือน ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 50,000 บาท ไม่เกิน 39 งวด นับแต่งวดสิ้นเดือนสิงหาคม 2562 เป็นต้นไป โจทก์ยินยอมไม่คิดดอกเบี้ยจากจำเลยทั...

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายหนี้ (ครั้งที่ 4)

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายหนี้ (ครั้งที่ 4) อาจารย์ดาราพร ถิระวัฒน์ วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2568 ********** หลักเกณฑ์ของกฎหมายเกี่ยวกับการชำระหนี้ถูกต้อง (กฎหมายมีหลักเกณฑ์อย่างไร จึงจะทำให้หนี้ระงับไปได้) 1) กำหนดเวลาชำระหนี้ ม.203 (อาจารย์อธิบายในครั้งที่แล้ว) 2) ผู้ชำระหนี้ ม.314 3) ผู้รับชำระหนี้ ม.315-319 4) วิธีการชำระหนี้ ม.320-323 5) สถานที่ชำระหนี้ ม.324 6) ค่าใช้จ่ายในการชำระหนี้ ม.325 7) หลักฐานการชำระหนี้ ม.326-327 8) การจัดสรรการชำระหนี้ ม.328-329 9) การวางทรัพย์ ม.331-339 1. ผู้ชำระหนี้ 1.1) ลูกหนี้ , ตัวแทนลูกหนี้ , ทายาทของลูกหนี้ (ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอด) , บุคคลที่ลูกหนี้ใช้ในการชำระหนี้ม.220  -โดยปกติ ถ้าไม่มีการตกลงเป็นอย่างอื่น ตัวผู้ชำระหนี้ก็คือตัวลูกหนี้โดยตรง 1.2) ผู้มีสิทธิรับช่วงสิทธิ ม.227 , 229 , 230 -ตามกฎหมาย ผู้รับช่วงสิทธิเป็นผู้มีส่วนได้เสียในหนี้ของลูกหนี้หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ จำต้องชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ จึงรับช่วงสิทธิ 1.3) บุคคลภายนอก ม.314   (ในหนังสือของอาจารย์ ๆ ให้ความสำคัญมาตรานี้)  2. การชำระหนี้โ...

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายละเมิด (ครั้งที่ 1-2)

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายละเมิด (ครั้งที่ 1-2) อาจารย์วัชระ เนติวาณิชย์ วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568 ********** 1. ละเมิด -เป็นบ่อเกิดแห่งหนี้ -เป็นการกระทำที่ล่วงสิทธิผิดหน้าที่จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น อันเป็นความรับผิดทางแพ่งประเภทหนึ่ง -เป็นกฎหมายเอกชน ป้องกันสิทธิของเอกชน  -มุ่งเยียวยาให้ผู้เสียหายกลับคืนสภาพเดิม -ละเมิด มีการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ -การกระทำครั้งเดียว อาจเป็นความผิดทั้งทางอาญาและละเมิดได้ 2. หลักความยินยอมไม่เป็นละเมิด -ฎ.9042/2560 (แพทย์ร่วมกันตรวจและไม่พบความผิดปกติ) จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันตรวจวินิจฉัยการตั้งครรภ์ ไม่พบความพิการของโจทก์ที่ 2 และไม่ได้แจ้งโจทก์ที่ 1 ทราบ การไม่แจ้งข้อมูลดังกล่าวเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ที่ 1 แต่อย่างไรก็ดี เมื่อแพทย์ทำการตรวจและไม่พบความพิการนั้น ถือว่าเด็กมีความสมบูรณ์และไม่ได้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 และการที่เด็กพิการนั้น ไม่ใช่ความผิดของแพทย์ เพราะเด็กอยู่ในครรภ์มารดา ศาลวินิจฉัยว่าแพทย์ไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ที่ 2 และโจทก์ที่ 1 ทำให้ไม่มีสิทธิเรียกค่า...

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายหนี้ (ครั้งที่ 2)

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายหนี้ (ครั้งที่ 2) อาจารย์ดาราพร ถิระวัฒน์ วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 ********** 1. บทบัญญัติต่าง ๆ ของกฎหมายหนี้ ก็เกิดจากปัญหาการไม่ชำระหนี้ของลูกหนี้ (ไม่ว่ามูลหนี้จะเกิดจากสัญญา ละเมิด หรือกฎหมายอื่น ๆ ผลของหนี้ก็คือ ลูกหนี้จะต้องชำระหนี้) และเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ จึงมีปัญหาว่าลูกหนี้จะต้องรับผิดอย่างไร ซึ่งผลของการไม่ชำระหนี้ จะอยู่ในหลักต่าง ๆ ตาม ม.194-353 ซึ่งเป็นหลักทั่วไปของหนี้ เป็นผลทางกฎหมาย ที่ไม่มีการตกลงเป็นอย่างอื่น เช่น หนี้ตามสัญญาอาจมีข้อตกลงให้คู่สัญญาฝ่ายลูกหนี้ที่ไม่ชำระหนี้ต้องรับผิดอะไรบ้าง ก็เป็นไปตามข้อตกลงที่อยู่ในสัญญานั้น แต่ถ้าไม่มีการตกลงไว้ ผลของการไม่ชำระหนี้ก็จะเป็นไปตาม ม.194-353 หรือกรณีมูลละเมิด เรื่องของการชำระหนี้ก็คือการชดใช้ค่าเสียหาย แต่จะชดใช้อย่างไร ถ้าลูกหนี้ละเมิดไม่ชำระค่าเสียหาย เราจะต้องปรับ ม.194-353 2. วัตถุแห่งหนี้ (subject of obligation) เป็นเรื่องเนื้อหาการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่ลูกหนี้ต้องปฏิบัติ เช่น สัญญาซื้อขายกำหนดให้ลูกหนี้ต้องชำระราคา เป็นจำนวนเงินที่แน่นอน แบบนี้ก็เป็นไปตามสัญญาไม่ม...

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายหนี้ (ครั้งที่ 1)

สรุปคำบรรยายเนติบัณฑิต 1/78 ภาคค่ำ กฎหมายหนี้ (ครั้งที่ 1) อาจารย์ดาราพร ถิระวัฒน์ วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2568 ********** 1. ป.พ.พ. บรรพ 2 หนี้ ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป ม.194-353 = หลักกฎหมายเกี่ยวกับผลแห่งหนี้  -มูลหนี้ (มูลแห่งหนี้) นิติกรรม สัญญา เอกเทศสัญญา สัญญาที่ไม่มีชื่อ , ละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้ หนี้ทางกฎหมาย เช่น ภาษี -มูลแห่งหนี้เมื่อเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว ผลที่ตามมาคือ หนี้ (ผลแห่งหนี้) การศึกษากฎหมายหนี้ เป็นการนำหลักกฎหมายหนี้มาปรับใช้กับมูลแห่งหนี้ที่เกิดขึ้นแล้ว  2. องค์ประกอบสำคัญแห่งหนี้ 1) เจ้าหนี้ - สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ 2) ลูกหนี้ - หน้าที่ชำระหนี้ ความรับผิดเมื่อไม่ชำระหนี้ 3) วัตถุแห่งหนี้ - การชำระหนี้ 3. เรื่องสิทธิยึดหน่วง ไม่อยู่ในขอบเขตออกข้อสอบ 4. ลักษณะสิทธิทางหนี้ (obligatory right) เรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ 1) สิทธิเรียกร้อง (claim) ม.194 2) บุคคลสิทธิ (personal right) ต้องใช้สิทธิภายในอายุความ 3) สิทธิที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน (property right)   -ม.214 การบังคับชำระหนี้ ฎ.4820/2545   -ม.314 การชำระหนี้โดยบุคคลภายนอก  ...

การให้สัตยาบันแก่หนี้ของสามีหรือภริยา ต้องมีหนี้เกิดขึ้นก่อนจึงจะให้สัตยาบันได้ (ฎ.2794/2567)

เมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1490 (4) มิได้ให้นิยามหรือคำจำกัดความของคำว่าสัตยาบันไว้เป็นการเฉพาะ จึงต้องพิจารณาความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ซึ่งพอสรุปได้ว่า สัตยาบัน คือ การยืนยันรับรองความตกลงหรือการรับรองนิติกรรม และเป็นที่เข้าใจกันได้ว่า บุคคลจะยืนยันรับรองความตกลงหรือรับรองนิติกรรมใดได้ ย่อมต้องมีข้อตกลงหรือนิติกรรมเช่นนั้นเกิดขึ้นเสียก่อน แล้วจึงให้สัตยาบัน   การให้สัตยาบันของสามีหรือภริยาแก่หนี้ที่อีกฝ่ายก่อขึ้น ตามมาตรา 1490 (4) ย่อมมีลักษณะเฉกเช่นเดียวกัน กล่าวคือ ต้องมีหนี้เกิดขึ้นเสียก่อนสามีหรือภริยาถึงจะให้สัตยาบันได้   การให้ความยินยอมในขณะที่ยังไม่มีความตกลง ไม่มีนิติกรรมหรือไม่มีหนี้เกิดขึ้น ย่อมไม่ต้องด้วยความหมายของการให้สัตยาบัน โจทก์ไม่อาจถือเอาหนังสือยินยอมคู่สมรสที่จำเลยที่ 7 ทำไว้ต่อโจทก์ ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2548 มาเป็นการให้สัตยาบันแก่หนี้ที่จำเลยที่ 1 ก่อให้เกิดขึ้นในภายหลังเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 และวันที่ 3 มิถุนายน 2558 ได้ ที่มา  ระบบสืบค้นคำพิพากษา คำสั่งคำร้องและคำวินิจฉัยศาลฎีกา    

สมคบกันทำสัญญากู้ยืมและสัญญาประนีประนอมยอมความ เพื่อโกงเจ้าหนี้ สัญญาตกเป็นโมฆะ (ฎ.701/2553)

จำเลยที่ 1 และที่ 2 สมคบกันทำสัญญากู้ยืมเงินฉบับลงวันที่ 30 กันยายน 2541 จำนวนเงิน 500,000 บาท และฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2542 จำนวนเงิน 200,000 บาท โดยมิได้เป็นหนี้กันจริง   แล้วดำเนินคดีและบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 42/2545 ของศาลชั้นต้นต่อที่ดินโฉนดเลขที่ 47781 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 เพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1142/2544 ของศาลชั้นต้น บังคับคดีต่อทรัพย์สินดังกล่าวได้   การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการจงใจทำผิดกฎหมาย อันเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 สัญญากู้ยืมเงินทั้ง 2 ฉบับและสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่ง หมายเลขแดงที่ 42/2545 ของศาลชั้นต้น จึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะ  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 โดยไม่ต้องเพิกถอน ที่มา ระบบสืบค้นคำพิพากษา คำสั่งคำร้องและคำวินิจฉัยศาลฎีกา

หนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน นำมาฟ้องคดีล้มละลายได้ ไม่จำต้องมีคำพิพากษากำหนดจำนวนหนี้ให้แน่นอน (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2567)

หนี้ตามฟ้อง เป็นหนี้ค่าเงินยืมเพื่อทดรองจ่ายในกิจกรรมส่งเสริมการขายและค่าสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ เป็นหนี้ที่สามารถกำหนดจำนวนได้แน่นอน และนำมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายได้ โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือให้ศาลในคดีแพ่งมีคำพิพากษาก่อน  พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9 (3) บัญญัติเพียงว่า หนี้นั้นอาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน มิได้บัญญัติว่าหนี้นั้นศาลจะต้องมีคำพิพากษากำหนดจำนวนให้แน่นอนเสียก่อน  จำเลยเป็นหนี้โจทก์ในมูลหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอนเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยล้มละลายได้  โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้วสองครั้ง ซึ่งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่าสามสิบวัน แต่จำเลยไม่ชำระหนี้ ต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่า จำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว ตามมาตรา 8 (9)  จำเลยมีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว แต่พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมาไม่อาจหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายได้ ข้อเท็จจริงจึงฟังว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว พฤติการณ์ของจำเลยที่ไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ ทั้งยังจดทะเบียนเลิกบริษัท กรณีจึงไม่มีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลย...

ลูกหนี้ผิดนัดตั้งแต่วันทำละเมิด (ป.พ.พ. มาตรา 206)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 206 บัญญัติว่า "ในกรณีหนี้อันเกิดแต่มูลละเมิด ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาแต่เวลาที่ทำละเมิด" คือ เมื่อลูกหนี้ได้ทำละเมิด (ป.พ.พ. มาตรา 420) ถือว่าหนี้ถึงกำหนดชำระ และลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดทันที (ตั้งแต่เวลาที่ทำละเมิด) ลูกหนี้จึงต้องรับผิดในดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิด   (มาตรา 420 บัญญัติว่า "ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น") ตัวอย่าง   - เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2565 ก. ขับรถชน ข. ถือว่า ก. ตกเป็นผู้ผิดนัด ต้องชำระค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2565 - ฎ.2361/2515 (ประชุมใหญ่) การที่ศาลกำหนดจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยชดใช้ในกรณีละเมิดนั้น มิใช่ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายตั้งแต่วันพิพากษา ศาลเป็นแต่กำหนดค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับความเสียหายมาแล้วตั้งแต่วันทำละเมิด และกฎหมายก็บัญญัติไว้ให้ถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่วันทำละเมิด จึงต้องเสียดอ...

ธุรกิจรับทำงานการต่าง ๆ เรียกเอาเงิน (หนี้บัตรเครดิต) ที่ออกทดรองไปก่อน มีอายุความ 2 ปี (คำพิพากษาฎีกาที่ 1609/2540 ประชุมใหญ่)

โจทก์ให้บริการการใช้บัตรเครดิตแก่สมาชิกโดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้บัตรจากสมาชิก จำเลยเป็นสมาชิกบัตรเครดิตของโจทก์และนำบัตรเครดิตดังกล่าวไปใช้เบิกเงินสดจากโจทก์ใช้ชำระค่าสินค้าและค่าบริการแทนการชำระหนี้ด้วยเงินสด โจทก์จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจในการรับทำการงานต่าง ๆ ให้แก่สมาชิก การที่โจทก์ได้ชำระเงินให้แก่เจ้าหนี้ของสมาชิกแทนสมาชิกไปก่อน แล้วจึงเรียกเก็บจากสมาชิกในภายหลัง ก็เป็นการเรียกเอาค่าที่ได้ออกเงินทดรองไปก่อน จึงถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาค่าที่ได้ออกเงินทดรองไปก่อน สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (7) ที่มา  - คำพิพากษาฎีกาที่ 1609/2540 (ป) , ระบบสืบค้นคำพิพากษา คำสั่งคำร้องและคำวินิจฉัยศาลฎีกา - ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์   มาตรา 193/34 "สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี   (1) ...   ...   (7) บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำงานการต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้น ...

นำหนี้ตามคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดแล้ว มาฟ้องล้มละลาย ไม่ใช่การบังคับคดี (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5119/2549)

โจทก์นำหนี้ตามคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดแล้ว มาเป็นมูลฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย มิใช่เรื่องการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามที่บัญญัติไว้ในภาค 4 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง   จึงไม่อาจนำบทบัญญัติเกี่ยวกับระยะเวลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ได้   แต่เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้ล้มละลาย โดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษา ของศาลจังหวัด... ซึ่ง เป็นสิทธิเรียกร้องอันตั้งหลักฐานขึ้นโดยคำพิพากษาที่ถึงที่สุด มีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/32   ดังนั้น เมื่อศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำพิพากษาดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2538 โดยคู่ความมิได้อุทธรณ์คดีดังกล่าวจึงถึงที่สุดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2538  โจทก์นำคดีมาฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2548 จึงอยู่ภายใต้กำหนดอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด โจทก์มีสิทธินำหนี้ตามคำพิพากษานั้น มาฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายได้  เมื่อปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท และป...

ไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ นับอายุความตามมูลหนี้เดิม (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1062/2564)

จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 นำหนี้ตามสัญญากู้เงินมาทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ โดยกำหนดเงื่อนไขการผ่อนชำระและระยะเวลาการชำระหนี้ใหม่เท่านั้น ไม่มีข้อความใดแสดงเจตนาให้หนี้เดิมระงับสิ้นไป แล้วมาบังคับกันใหม่ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้แต่อย่างใด เมื่อไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ การนับอายุความต้องถือตามมูลหนี้เดิมแต่ละมูลหนี้ เมื่อ หนี้เงินกู้ตามสัญญากู้ยืมเงิน มีเงื่อนไขให้ผ่อนชำระเงินกู้ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นรายเดือน จึงเป็นหนี้เงินที่ต้องผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ มีอายุความ 5 ปี และจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2551 ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง ซึ่งครบอายุความ 5 ปี ในวันที่ 1 เมษายน 2556 โจทก์ฟ้องวันที่ 28 พฤษภาคม 2558 เกินกว่า 5 ปี หนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินขาดอายุความแล้ว ส่วน หนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี มีอายุความ 10 ปี จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2551 เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 (1) โจทก์ฟ้องวันที่ 28 พฤษภาคม 2558 ยังไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันดังกล่าว หนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไม่ขาดอายุความ ที่มา...

หนี้ไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2565)

รูปภาพ
พฤติการณ์การผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ไม่ตรงตามกำหนดเวลาในสัญญาและไม่ครบจำนวนหลายครั้ง  แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้ โจทก์ก็ยอมรับชำระไว้ทุกครั้งโดยไม่ได้ทักท้วง  ย่อมแสดงว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ถือเอากำหนดเวลาในสัญญาเป็นสาระสำคัญ   กรณีจึงถือว่าเป็นหนี้ไม่มีกำหนดเวลา ซึ่งถึงกำหนดชำระหนี้โดยพลัน และจะถือว่าลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ต้องเตือนให้ชำระหนี้ก่อน แต่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 วรรคหนึ่ง และมาตรา 204 วรรคหนึ่ง  เมื่อได้ความว่า หลังจากจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ในวันที่ 29 มีนาคม 2562 และวันที่ 1 เมษายน 2562 แล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์อีก  โจทก์จึงมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ทั้งหมดภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ  โดยจำเลยที่ 1 ได้รับหนังสือในวันที่ 3 กรกฎาคม 2562 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ จึงถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดในวันที่ 3 สิงหาคม 2562 และต้องรับผิดในอัตราดอกเบี้ยผิดนัดนับแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2562 ซึ่งภายหลังจากจำเลยที่ 1 ผิดนัด   โจทก์ได้มีหนังสือบ...

การปลดหนี้

รูปภาพ
การปลดหนี้ คือ การที่เจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ ว่าจะสละสิทธิเรียกร้อง ซึ่งเป็นการทำให้เปล่าไม่คิดค่าตอบแทน มีผลทำให้หนี้นั้นระงับสิ้นไป ตาม ป.พ.พ. มาตรา 340 วรรคแรก ที่บัญญัติว่า " ถ้าเจ้าหนี้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ ท่านว่าหนี้นั้นก็เป็นอันระงับสิ้นไป " และการปลดหนี้ไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ เพียงแค่ลูกหนี้ได้รับการแสดงเจตนาจากเจ้าหนี้ที่จะปลดหนี้ให้ก็พอแล้ว  อย่างไรก็ตาม หากหนี้นั้น เป็นหนี้ที่มีหนังสือเป็นหลักฐาน การปลดหนี้จะต้องทำเป็นหนังสือ หรือเวนคืนเอกสารหลักฐานแห่งหนี้ หรือขีดฆ่าเอกสาร ตามมาตรา 340 วรรคสอง " ถ้าหนี้มีหนังสือเป็นหลักฐาน การปลดหนี้ก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย หรือต้องเวนคืนเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือขีดฆ่าเอกสารนั้นเสีย " หากปลดหนี้โดยไม่ได้ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด ย่อมตกเป็นโมฆะ ตัวอย่าง หนี้ที่กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่เจ้าหนี้และลูกหนี้ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือไว้ การจะปลดหนี้ก็ต้องเป็นไปตามมาตรา 340 วรรคสอง ด้วย เช่น กู้ยืมเงินไม่เกิน 1,000 บาท แต่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือไว้ การป...

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6518/2562 : ชำระเงินตามสัญญาประกันโดยรู้ว่าไม่มีความผูกพัน

รูปภาพ
     ฎีกาของผู้ประกันเป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 5 เกี่ยวกับการบังคับตามสัญญาประกัน ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่า การที่ผู้ประกันนำเงิน 500,000 บาท มาชำระตามสัญญาประกันในวันที่ 15 มิถุนายน 2561 ทั้งที่ผู้ประกันอ้างในคำร้องฉบับลงวันที่ 7 มิถุนายน 2561 ว่า ศาลชั้นต้นสิ้นสิทธิในการบังคับคดีเพราะไม่บังคับคดีภายใน 10 ปี จึงเป็นเรื่องที่ ผู้ประกันชำระหนี้โดยรู้ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ จึงไม่มีสิทธิรับเงินดังกล่าวคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 407       การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของผู้ประกัน ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 วรรคหนึ่ง ที่มา คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6518/2562 #นักเรียนกฎหมาย 9 มิถุนายน 2563