บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ระยะเวลา

รวมลิงก์ กำหนดเวลาดำเนินงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม

9 กุมภาพันธ์ 2565   กระทู้ถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระทู้ถามที่ 364 ร. เรื่อง ปัญหาระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม (ของ นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย)  25 ตุลาคม 2565   พระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2565   บัญญัติให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมต่อไปนี้ มีหน้าที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติ   (1) กระทรวงกลาโหม   (2) กระทรวงมหาดไทย   (3) กระทรวงยุติธรรม   (4) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ   (5) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน   (6) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ   (7) คณะกรรมการการเลือกตั้ง   (8) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ   (9) ศาล   (10) องค์กรอัยการ   (11) หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา 23 มกราคม 2566   ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม พ.ศ. 2566  ,  ดูเพิ่มเติม (ศาลชั้นต้น) , (ศาลชั้นอุทธรณ์) , (ศาลฎีกา) 26 ม...

ระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม (ศาลฎีกา)

การกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรมเป็นไปตาม ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม พ.ศ. 2566 เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่น ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2566 เป็นต้นไป โดยในส่วนของศาลฎีกามีสาระสำคัญ ดังนี้  ระยะเวลาในการพิจารณาพิพากษาคดีในศาลฎีกา     (1) คดีแพ่งและคดีอาญา ศาลจะพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จ ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รับสำนวนจากศาลชั้นต้น ในส่วน คดีอาญาที่มีปัญหาเฉพาะดุลพินิจในการลงโทษ ศาลจะพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่รับสำนวนจากศาลชั้นต้น   (2) คดีที่ต้องทำการไต่สวนหรือสืบพยานในศาลฎีกา ศาลจะพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จ ภายใน 1 ปี นับแต่วันเริ่มไต่สวนหรือสืบพยาน   (3) คำร้องขออนุญาตฎีกา ศาลจะพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จ ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ได้รับคำร้อง ระยะเวลาในการพิจารณาคำร้อง คำขอระหว่างการพิจารณาในศาลฎีกา   (1) คำร้องขอปล่อยชั่วคราว ศาลจะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ได้รับคำร้อง   (2) คำสั่ง คำร้องทั่วไป ...

ระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม (ศาลชั้นอุทธรณ์)

การกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรมเป็นไปตาม ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม พ.ศ. 2566 เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่น ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2566 เป็นต้นไป โดยในส่วนของศาลชั้นอุทธรณ์มีสาระสำคัญ ดังนี้  ศาลอุทธรณ์ภาคและศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ   เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการคดี ให้จำแนกลักษณะหรือประเภทคดี ออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ (1) คดีเร่งพิเศษ  คือ คดีลักษณะที่ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน สามารถพิจารณาพิพากษาคดีได้โดยเร็ว หรือคดีที่ประธานศาลอุทธรณ์ภาคหรือประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แล้วแต่กรณีกำหนดให้เป็นคดีเร่งพิเศษ โดย ศาลจะพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จ ภายใน 4 เดือน นับแต่วันที่รับสำนวนจากศาลชั้นต้น  เช่น   (ก) คดีที่มีปัญหาเฉพาะดุลพินิจในการลงโทษ   (ข) คดีที่จำเลยให้การรับสารภาพและศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกไม่สูง   (ค) คดีที่เกี่ยวกับวิธีการเพื่อความปลอดภัย   (ง) คดีที่ผู้ประกันขอให้งดหรือลดค่าปรับ   (จ) คดีที่คู่ความโต้เถียงเฉพาะในปร...

ระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม (ศาลชั้นต้น)

การกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรมเป็นไปตาม ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม พ.ศ. 2566 เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่น ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2566 เป็นต้นไป โดยในส่วนของศาลชั้นต้นมีสาระสำคัญ ดังนี้  เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการคดี ให้จำแนกลักษณะหรือประเภทคดีออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ (1) คดีจัดการพิเศษ คือ คดีลักษณะที่ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อนและมีแนวโน้มที่จะพิจารณาให้เสร็จได้ภายในนัดเดียว หรือในวันหนึ่งสามารถพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จได้หลายคดี หรือสามารถส่งเอกสารแทนการสืบพยานได้ หรือคดีประเภทอื่นที่ผู้รับผิดชอบในราชการของศาลเห็นสมควรให้ดำเนินการอย่างคดีจัดการพิเศษ โดย ศาลจะพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จ ภายใน 6 เดือน นับแต่วันรับฟ้อง ดังนี้   (ก) คดีแพ่ง      1) คดีมโนสาเร่ คดีไม่มีข้อยุ่งยาก หรือคดีผู้บริโภค ไม่ว่าจำเลยจะยื่นคำให้การหรือไม่ก็ตาม      2) คดีไม่มีข้อพิพาท เช่น ร้องขอจัดการมรดก ร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นต้น ไม่ว่าจะมีผู...

ระยะเวลาการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออก ประกาศศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2566 เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ชักช้า และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้สามารถตรวจสอบความคืบหน้าให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2565 อันจะเป็นประโยชน์ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยสะดวกและรวดเร็ว โดยกำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ดังนี้ "ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่น ให้คดีที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จในการพิจารณา ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้อง เว้นแต่กรณีไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญอาจกำหนดระยะเวลาใหม่ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดก็ได้" นอกจากนี้ ได้กำหนดให้มี "ระบบติดตามคดีรัฐธรรมนูญ" เป็นระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อ...

บังคับคดีจากกองมรดกได้ภายใน 10 ปี ไม่ใช่เรื่องฟ้องคดีมรดก 1 ปี (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16195/2556)

โจทก์ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยออกขายทอดตลาดตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ได้เงินไม่พอชำระหนี้ และเมื่อจำเลยถึงแก่ความตายไปแล้ว โจทก์จึงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของจำเลยเพิ่ม  เป็นกรณีที่โจทก์ ขอให้ดำเนินการบังคับคดีเอาจากกองมรดก ของจำเลยตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 (เดิม) ซึ่งโจทก์ มีสิทธิที่จะดำเนินการดังกล่าวภายในระยะเวลา 10 ปี ไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องคดีมรดกซึ่งมีอายุความ 1 ปี นับแต่เมื่อโจทก์เจ้าหนี้ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม ที่มา - คำพิพากษาฎีกาที่ 16195/2556 , ระบบสืบค้นคำพิพากษา คำสั่งคำร้องและคำวินิจฉัยศาลฎีกา - ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง   มาตรา 271 (เดิม) "ถ้าคู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดี (ลูกหนี้ตามคำพิพากษา)มิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลทั้งหมดหรือบางส่วน คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะ (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา) ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษา หรือคำสั่งนั้นได้ภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยอ...

ฟ้องเพิกถอนกฎที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ต้องฟ้องภายใน 90 วัน (คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ คร.260/2564)

รูปภาพ
ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องขอให้ศาลเพิกถอน ประกาศกรมศุลกากร ที่ 17/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การยื่น การพิจารณา และการแจ้งผลการพิจารณาคำร้องขอทราบราคาศุลกากร ถิ่นกำเนิดของ และพิกัดอัตราศุลกากร ล่วงหน้า ลงวันที่ 23 มกราคม 2561 การฟ้องคดีในข้อหานี้ ต้องยื่นฟ้องภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญํติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เมื่อประกาศดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 3 เมษายน 2561 โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2561 กรณีจึงต้องถือว่า ผู้ฟ้องคดีรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ในวันที่ 3 เมษายน 2561 อันเป็นวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา การที่ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลในวันที่ 2 กันยายน 2563 จึงเป็นการยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดี ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่มา คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ คร.260/2564