บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ฆ่า

ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แม้นำสืบไม่ได้ความว่ามีการวางแผนล่วงหน้า (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2567)

ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่า  เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2548 เวลาประมาณ 17 นาฬิกา ขณะที่จำเลยกำลังเล่นตะกร้ออยู่หน้าบ้านนางเล็ก มารดาจำเลย นายจำรัส ผู้เสียหายที่ 1 และนายสุทัศน์ ผู้เสียหายที่ 2 ไปหาจำเลยที่บ้านที่เกิดเหตุ เมื่อจำเลยเห็นผู้เสียหายทั้งสองจึงเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุแล้วออกจากบ้านที่เกิดเหตุพร้อมอาวุธปืน จากนั้นจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายที่ 1 หลายนัด กระสุนปืนถูกบริเวณลำตัวผู้เสียหายที่ 1 เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับอันตรายแก่กายและหมดสติไป  เมื่อผู้เสียหายที่ 1 ฟื้นได้สติและร้องขอน้ำดื่ม พวกของจำเลยเข้าไปรุมกระทืบ เตะ และต่อยผู้เสียหายที่ 1 จนหมดสติ ต่อมาจำเลยกับพวกช่วยกันใช้เชือกมัดมือมัดเท้าของผู้เสียหายที่ 1 แล้วนำขึ้นท้ายรถกระบะขับออกจากบ้านที่เกิดเหตุพาผู้เสียหายที่ 1 ไปยังคลองชลประทาน 2 ขวา แล้วจำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนยิงศีรษะผู้เสียหายที่ 1 เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ถึงแก่ความตาย  ต่อมาวันที่ 4 มีนาคม 2548 มีผู้พบศพผู้เสียหายที่ 1 อยู่ในคลองชลประทาน 2 ขวา  ปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้เสียหายที่ 1 เป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้...

แม้จดทะเบียนหย่าแล้วแต่ยังอยู่กินฉันสามีภริยา ฆ่าชู้โดยบันดาลโทสะ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2582/2564)

จำเลยใช้ไม้เหลี่ยมยาว 1 เมตร ตีศีรษะผู้ตายโดยแรง 2-3 ครั้ง โดยจำเลยมองเห็นผู้ตายได้ดีและมีโอกาสเลือกตีอวัยวะส่วนอื่น แต่จำเลยกลับเลือกตีศีรษะซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญหลายครั้ง ถึงกับเป็นเหตุให้กะโหลกศีรษะด้านซ้ายและส่วนฐานด้านซ้ายแตกร้าวรุนแรง  จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าผู้ตายจะถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 วรรคสอง เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา การกระทำของจำเลย จึงเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 แม้จำเลยและนาง อ. จะ จดทะเบียนหย่ากัน แต่จำเลยและนาง อ. ยังคงอยู่กินฉันสามีภริยากันหลังจากจดทะเบียนหย่า พฤติการณ์ที่จำเลยเข้ามาภายในบ้านที่เกิดเหตุ แล้วเห็นผู้ตายอยู่กับนาง อ. ในเวลากลางคืนในลักษณะชู้สาว เป็นการที่จำเลยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยใช้ไม้ตีศีรษะผู้ตายในขณะนั้น ย่อมเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72 ที่มา - คำพิพากษาฎีกาที่ 2582/2564, เนติบัณฑิตยสภา คำพิพากษาฎีกา ประจำพุทธศักราช 2564 ตอนที่ 2 หน้า 450 - 464 - ประมวลกฎหมายอาญา    มาตรา 59 บุคคลจะต้องรับผิดในทางอาญาก็ต่อเมื่อได้กร...

กำหนดวันและเวลาฆ่าสัตว์

รูปภาพ
กฎกระทรวงกำหนดวันและเวลาฆ่าสัตว์ พ.ศ. 2565 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2559 ดังนี้   ข้อ 1 ให้ยกเลิกหมวด 4 วัน เวลาเปิดและปิดโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ ข้อ 20 แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการตั้งโรงฆ่าสัตว์ โรงพักสัตว์ และการฆ่าสัตว์ พ.ศ. 2555   (กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ฯ พ.ศ. 2555 หมวด 4 มีข้อ 20 ข้อเดียว จึงเป็นการยกเลิก และใช้ความในกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2565 นี้)   ข้อ 2 ให้ผู้รับใบอนุญาตฆ่าสัตว์ตามวัน เวลา และโรงฆ่าสัตว์หรือสถานที่ที่ได้แจ้งไว้ตามหลักฐานการรับแจ้งการฆ่าสัตว์ตามมาตรา 31   ข้อ 3 ให้หยุดฆ่าโค กระบือ แพะ แกะ สุกร และนกกระจอกเทศ ยกเว้นสัตว์ปีก ในวันและเวลา ดังต่อไปนี้   (1) วันพระ นับตั้งแต่เวลา 00.01 นาฬิกา จนถึงเวลา 24.00 นาฬิกา   (2) วันเข้าพรรษา นับตั้งแต่เวลา 00.01 นาฬิกา จนถึงเวลา 24.00 นาฬิกา   (3) วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม...

ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2749/2564)

รูปภาพ
ตัวอย่างคำพิพากษาคดีนี้ เป็นการอธิบายความหมายของการกระทำความผิด ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4)  มาตรา 80 ประกอบมาตรา 83 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หมายความว่า ก่อนกระทำความผิด ผู้กระทำความผิดได้คิดไตร่ตรองทบทวนแล้ว จึงตกลงใจกระทำความผิด ไม่ใช่กระทำไปโดยปัจจุบันทันด่วน ทั้งการไตร่ตรองไว้ก่อนเป็นเหตุเกี่ยวกับเจตนาส่วนตัวของผู้กระทำความผิด ผู้ร่วมกระทำความผิดที่มิได้ไตร่ตรองไว้ก่อนไม่มีความผิดด้วย เพราะกฎหมายมุ่งถึงการไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งเป็นสภาพจิตใจของแต่ละคน การจะเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จึงต้องมีลักษณะเป็นการวางแผน การคบคิดร่วมกันมาแต่ต้นที่จะไปฆ่าผู้อื่น หรือไปดักฆ่าผู้อื่นโดยมีพฤติการณ์ร่วมกัน คดีนี้ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้เสียหายมาก่อน ข้อเท็จจริงปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์เพียงว่า ก่อนเกิดเหตุ นาย ว. และจำเลยกับพวก อยู่ที่บ้านของจำเลย นาย ว. เป็นผู้ชักชวนไปก่อเหตุ โดยจำเลยไม่เคยรู้จักผู้ร่วมก่อเหตุ (นาย ศ. และนาย ส.) ...