บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และกฎที่เกี่ยวข้อง

รูปภาพ
✅พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ✅พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ✅พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 ✅และกฎที่เกี่ยวข้อง

กฎกระทรวงกำหนดกรณีอื่นที่เจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ พ.ศ. 2566

นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงตามมาตรา 13 (6) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 เพื่อกำหนดกรณีอื่นที่เจ้าหน้าที่จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ เพิ่มเติมขึ้นจากที่กำหนดไว้ในมาตรา 13 (1) - (5) เพื่อให้การพิจารณาทางปกครองมีความเป็นกลางมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้ จะทำการพิจารณาทางปกครองไม่ได้ (1) เคยเป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของคู่กรณี (2) เป็นหรือเคยเป็นผู้ซึ่งอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกับคู่กรณี (3) เป็นหรือเคยเป็นผู้ซึ่งอยู่กันกับคู่กรณีที่เป็นบุคคลเพศเดียวกันโดยกำเนิดในลักษณะเดียวกันกับชายหญิงที่อยู่กินกันฉันสามีภริยา (4) เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานในความเป็นจริงไม่ว่าชั้นใด ๆ หรือเป็นพี่น้อง หรือลูกพี่ลูกน้องในความเป็นจริงนับได้เพียงภายในสามชั้นของคู่กรณี (5) เป็นหรือเคยเป็นบุตรบุญธรรมของคู่กรณี หรือเป็นหรือเคยเป็นผู้รับคู่กรณีเป็นบุตรบุญธรรม (6) เป็นลุง ป้า น้า อา ของคู่กรณี (7) เป็นผู้พักอาศัยอยู่ร่วมกับคู่กรณีในสถานที่เดียวกันในลักษณะครัวเรือนเดียวกัน (8) เป็นลูกจ้างหรือที่ปรึกษาซึ่งได้รับค่าตอบแทนของคู่กรณี คลิกดาวน์โหลดไฟล์ กฎกระทรวงก...

ย่อสั้น พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

ย่อสั้น พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 เป็นการย่อหลักกฎหมายสั้น ๆ ในแต่ละมาตรา โดยสามารถดูคำวินิจฉัยฉบับเต็ม/เอกสารที่อ้างอิงได้ที่ลิงก์ครับ (ซึ่งผมจะทยอยอัพเดตสม่ำเสมอนะครับ)  ***************   มาตรา 19 บัญญัติว่า "ถ้าปรากฏภายหลังว่าเจ้าหน้าที่หรือกรรมการในคณะกรรมการที่มีอำนาจพิจารณาทางปกครองใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือการแต่งตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นเหตุให้ผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่งเช่นว่านี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่"  - เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้ใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งนั้น ประกาศเลื่อนข้าราชการ ในขณะที่ยังไม่มีคำสั่งเพิกถอนให้พ้นจากตำแหน่ง การกระทำทางปกครองจึงมีผลต่อไปไม่ถูกกระทบกระเทือน ดังนั้น ประกาศเลื่อนข้าราชการจึงมีผลใช้ได้ ไม่เสียไป (คลิกอ่านฉบับเต็ม ความเห็นคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่องเสร็จที่ 778/2551)   มาตรา 43 บัญญัติว่า "คำสั่งทางปกครองที่มีข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือผิดหลงเล็กน้อยนั้น เจ้าหน้าที่อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้เสมอ   ใน...

หลักการให้คู่กรณีมีสิทธิโต้แย้งข้อเท็จจริงและมีส่วนร่วมในกระบวนพิจารณา

หลักการให้คู่กรณีมีสิทธิโต้แย้งข้อเท็จจริงและมีส่วนร่วมในกระบวนพิจารณา ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มีดังนี้ 1. สิทธิในการได้รับคำแนะนำและได้รับแจ้งสิทธิหน้าที่ของตนในกระบวนพิจารณา รวมถึงผลกระทบสิทธิหน้าที่จากคำสั่งทางปกครองที่จะเกิดขึ้น (มาตรา 27) และสิทธิในการอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งทางปกครองภายในระยะเวลาสำหรับการอุทธรณ์หรือโต้แย้งนั้น (มาตรา 40) 2. สิทธินำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้ามาในการพิจารณาทางปกครอง (มาตรา 23) และสิทธิแต่งตั้งตัวแทน (มาตรา 24) โดยอาจเป็นตัวแทนของคู่กรณีรายเดียว (มาตรา 24 วรรคหนึ่ง) หรือตัวแทนร่วมของคู่กรณีเกิน 50 คน (มาตรา 25) 3. สิทธิในการทราบข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาอย่างเพียงพอภายในระยะเวลาอันสมควร เพื่อให้สามารถโต้แย้งและแก้ข้อกล่าวหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เว้นแต่กรณีตามข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด เช่น เหตุเกี่ยวกับความเร่งด่วนหรือสภาพของเรื่อง ซึ่งหากเจ้าหน้าที่เห็นควรก็อาจยังคงให้โอกาสคู่กรณีโต้แย้งได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะ (มาตรา 30) 4. สิทธิในการขอตรวจดูเอกสารที่จำเป็นแก่การใช...

หลักการพิจารณาอุทธรณ์และผลการพิจารณาอุทธรณ์

หลักการพิจารณาอุทธรณ์   ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งทางปกครองที่ได้รับคำอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง มีอำนาจพิจารณาทบทวนคำสั่งทางปกครองของตนเองตามคำอุทธรณ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย หรือความเหมาะสมของการทำคำสั่งทางปกครอง  และอาจมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งทางปกครองเดิมหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งนั้นไปในทางใด และในเรื่องใดก็ได้ ภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน (มาตรา 46)  โดยต้องพิจารณาให้เสร็จ และแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบว่าตนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์นั้นโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ (มาตรา 45 วรรคหนึ่ง)  ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงคำสั่งทางปกครองภายในกำหนดเวลา 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์ (มาตรา 45 วรรคหนึ่ง)  แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ นอกจากจะต้องแจ้งผลให้แก่ผู้อุทธรณ์ทราบแล้ว ยังต้องเร่งรายงานความเห็น พร้อมด้วยเหตุผลไปยังผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์ดังกล่าวด้วย...

ผลของคำสั่งทางปกครองและการแก้ไขคำสั่งทางปกครองที่มีข้อบกพร่อง

คำสั่งทางปกครองมีผลใช้ยันบุคคลตั้งแต่ขณะที่ผู้นั้นได้รับแจ้งเป็นต้นไป และคำสั่งทางปกครองดังกล่าวย่อมมีผลตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือสิ้นผลโดยเงื่อนเวลาหรือโดยเหตุอื่น สำหรับคำสั่งทางปกครองที่มีข้อบกพร่องในวิธีพิจารณา หรือบกพร่องในรายละเอียดเล็กน้อยของรูปแบบ ย่อมไม่ทำให้คำสั่งทางปกครองเป็นโมฆะหรือเสียเปล่ามาแต่ต้น โดยอาจแยกพิจารณาการแก้ไขข้อบกพร่องในคำสั่งทางปกครองได้เป็น 2 กรณี ดังนี้ 1. การแก้ไขคำสั่งทางปกครองที่มีข้อบกพร่องในวิธีพิจารณา มาตรา 41 กำหนดหลักเกณฑ์ในการแก้ไขข้อบกพร่องเป็น 4 กรณี     1) คำสั่งทางปกครองที่เจ้าหน้าที่ออกเองไม่ได้ เว้นแต่จะมีคำขอนั้น หากปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการไปแล้วโดยยังไม่มีผู้ขอ ข้อบกพร่องดังกล่าวอาจแก้ไขได้เมื่อมีผู้ยื่นคำขอให้กระทำโดยถูกต้อง     2) คำสั่งทางปกครองที่ไม่ระบุเหตุผลถือเป็นข้อบกพร่องสำคัญ หากเจ้าหน้าที่จัดให้มีเหตุผลในภายหลังแล้ว คำสั่งทางปกครองนั้นถือว่าสมบูรณ์     3) คำสั่งทางปกครองที่ต้องรับฟังคู่กรณี หากคำสั่งทางปกครองที่ออกมามีข้อบกพร่องโดยรับฟังน้อยเกินไปหรือไม่มีเอกสารครบถ้วน หากภายหลังได้รับ...

ไม่แสดงหลักฐานว่าได้รับแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อใด ต้องสันนิษฐานตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองฯ (คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 249/2558 ประชุมใหญ่)

รูปภาพ
คดีนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้มี หนังสือลงวันที่ 27 กันยายน 2554 แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัยให้ผู้ฟ้องคดีทราบ ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2554 แต่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้แสดงพยานหลักฐานประกอบข้ออ้างดังกล่าว จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2554 จริง และเมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ฟ้องคดีได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ตั้งแต่เมื่อใด จึงต้องสันนิษฐาน ตามมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ที่บัญญัติให้ การแจ้งโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ ให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อครบกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันส่งสำหรับกรณีภายในประเทศ เว้นแต่จะมีการพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการได้รับหรือได้รับก่อนหรือหลังจากวันนั้น ดังนั้น จึงถือว่าผู้ฟ้องคดีได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์อย่างช้า ในวันที่ 3 ตุลาคม 2554 ผู้ฟ้องคดีจึงต้องยื่นฟ้องภายในวันที่ 1 มกราคม 2555 แต่เนื่องจากวันครบกำหนดดังกล่าวจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2555 เป็นวันหยุดราชการ ผู้ฟ้องคดีจึงต้องยื่นฟ้องภายในวันท...

ข้าราชการถูกไล่ออกจากราชการ จะอาศัยผลแห่งคดีอาญาที่เป็นคุณ เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งไล่ออก ได้หรือไม่

รูปภาพ
ข้าราชการที่ถูกฟ้องคดีอาญา และถูกดำเนินการทางวินัยควบคู่กันไปด้วย จนกระบวนการทางวินัยเสร็จสิ้น ให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ หากต่อมาผลคดีอาญาศาลพิพากษายกฟ้อง โดยข้อเท็จจริงไม่พอรับฟังได้ว่าข้าราชการดังกล่าวกระทำความผิดทางอาญา ข้าราชการผู้นี้จะขอให้หน่วยงานเพิกถอนหรือยกเลิกคำสั่งไล่ออกจากราชการ ได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ นาย ป. ข้าราชการ กรมที่ดิน ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดทางอาญา ซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องคดีต่อศาล เป็นเหตุให้กรมที่ดินดำเนินการทางวินัยนาย ป. และมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ ต่อมานาย ป.ได้อุทธรณ์คำสั่งลงโทษ ซึ่งผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ได้พิจารณาสั่งการให้ยกอุทธรณ์ จากนั้นนาย ป. จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษและคำสั่งยกอุทธรณ์ ซึ่งคดีปกครองถึงที่สุดโดยศาลพิพากษายกฟ้อง (คำสั่งลงโทษไล่ออกชอบด้วยกฎหมายแล้ว) ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้อง โดยฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์นำสืบยังไม่พอรับฟังได้ว่านาย ป. กระทำความผิดทางอาญา นาย ป. จึงได้ร้องขอให้กรมที่ดินเบิกจ่ายเงินเดือน ในระหว่างที่ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการจนถึงวันเกษียณอายุราชการ รวมทั้งเงินบำเหน็จด้วยเหตุเกษีย...

หน่วยงานของรัฐออกคำสั่งผิดพลาดร้ายแรง ถือว่าไม่มีการออกคำสั่งทางปกครอง (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.47/2546 ประชุมใหญ่)

รูปภาพ
คดีปกครองเรื่องนี้ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีกับพวกได้กำหนดค่าปรับผู้รับจ้างต่ำกว่าข้อกำหนดในประกาศสอบราคา เป็นเหตุทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย  หน่วยงานของรัฐ (ผู้ถูกฟ้องคดี) จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด และมีความเห็นว่าผู้ฟ้องคดีกระทำโดยประมาทเลินเล่อไม่ร้ายแรง ความเสียหายที่เกิดขึ้นมิได้เกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง  ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และผู้ถูกฟ้องคดีก็ไม่มีอำนาจเรียกให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามนัยมาตรา 10 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 การที่ผู้ถูกฟ้องคดี มีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้เงินจากความเสียหายดังกล่าว จึงเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากกระทำโดยไม่มีอำนาจ และขัดต่อบทบัญญัติในพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ถือเป็นการกระทำที่มีลักษณะผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและร้ายแรงในทางกฎหมาย จึงถือเสมือนว่าไม่มีการออกคำสั่งทางปกครอง ศาลปกครองจึงไม่จำต้องเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว เพราะคำสั่งนั้นย่อ...

แนวข้อสอบ กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (มาตรา 44 - 54)

รูปภาพ
ข้อ 64 - ข้อ 69 ให้ ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถาม ก. 15 วัน ข. 30 วัน ค. 60 วัน ง. 90 วัน ข้อ 64 ระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองตาม หลักทั่วไป ข้อ 65 ระยะเวลาในการพิจารณาอุทธรณ์ของเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครอง ข้อ 66 ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ต้องพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาใดโดยไม่ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ ข้อ 67 ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์สามารถขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ได้ไม่เกินกี่วัน ข้อ 68 ระยะเวลาการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่เป็นการให้ประโยชน์ ข้อ 69 กำหนดเวลาในการขอให้พิจารณาใหม่ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ข้อ 70 กรณีอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมออกคำสั่งทางปกครอง ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าวคือใคร ก. รองปลัดกระทรวง ข. ปลัดกระทรวง ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ง. ถูกทุกข้อ ข้อ 71 ตามบทบัญญัติว่าด้วยการเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง หมายถึงการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองในเรื่องใด ก. คำสั่งที่ไม่เป็นการให้ประโยชน์ ข. คำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ค. คำสั่งที่เป็นการให้ประโยชน์ ง. ถูกทุกข้อ ***มาตรา 55 ถึงมาตรา 63 ถูกยกเลิกโดย พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562**...

แนวข้อสอบ กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (มาตรา 34 - 43)

รูปภาพ
ข้อ 52 ผู้รับคำสั่งทางปกครองด้วยวาจา หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ยืนยันคำสั่งเป็นหนังสือ ต้องร้องขอภายในเวลากี่วัน ก. 3 วัน ข. 5 วัน ค. 7 วัน ง. 15 วัน ข้อ 53  มาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 บัญญัติให้สามารถทำคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือ หรือวาจา หรือโดยการสื่อความหมายในรูปแบบอื่นก็ได้ แต่ต้องมีข้อความหรือความหมายที่ชัดเจนเพียงพอที่จะเข้าใจได้ หากเจ้าหน้าที่ต้องการทำคำสั่งทางปกครองด้วยวาจาในเรื่องที่ มีกฎหมายเฉพาะกำหนดให้ทำคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือ กรณีดังกล่าว ท่านในฐานะนิติกรจะให้ความเห็นตามข้อใด ก. สามารถกระทำด้วยวาจาได้ เนื่องจากมาตรา 34 ให้อำนาจไว้ ข. ต้องกระทำเป็นหนังสือ เนื่องจากมีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้ ค. กระทำโดยสื่อความหมายในรูปแบบอื่นก็ได้  ง. ถูกทุกข้อ  ข้อ 54 การกำหนดเงื่อนไขในคำสั่งทางปกครอง ต้องเป็นไปตามหลักการในข้อใด ก. เงื่อนไขต้องสร้างความเป็นธรรมต่อผู้รับคำสั่ง ข. เงื่อนไขต้องไม่สร้างภาระให้แก่ผู้รับคำสั่ง ค. เงื่อนไขต้องมีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ง. เงื่อนไขต้องจำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ข้อ 55 การออกใบอนุญาตตั้งสถานบริก...

แนวข้อสอบ กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (มาตรา 21 - 33)

รูปภาพ
ข้อ 36 บุคคลในข้อใด อาจเป็นคู่กรณีตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ก. บุคคลธรรมดาผู้ยื่นคำขอ ข. คณะบุคคลผู้อยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครอง ค. นิติบุคคลผู้คัดค้านคำขอ ง. ถูกทุกข้อ ข้อ 37 เมื่อคู่กรณีได้แต่งตั้งตัวแทนเพื่อกระทำการแทนในกระบวนการพิจารณาทางปกครองแล้ว การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในข้อใดถูกต้อง ก. เจ้าหน้าที่ต้องติดต่อกับตัวแทนโดยตรง ข. เจ้าหน้าที่ต้องติดต่อกับคู่กรณีเท่านั้น ค. เจ้าหน้าที่จะติดต่อกับคู่กรณีหรือตัวแทนก็ได้ ตามความสะดวก ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง ข้อ 38 จากข้อ 37 หากคู่กรณีถึงแก่ความตายหลังจากได้แต่งตั้งตัวแทนแล้ว จะมีผลอย่างไร ก. ความเป็นตัวแทนระงับลง ข. ความเป็นตัวแทนไม่ระงับ ค. เจ้าหน้าที่ต้องชะลอการพิจารณาไว้ก่อน ง. ข้อ ก. และ ค. ถูกต้อง ข้อ 39 คู่กรณีต้องมีจำนวนตามข้อใด จึงจะเข้าข่ายการตั้งตัวแทนร่วมตามบทบัญญัติของกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ก. 15 คน ข. 30 คน ค. 45 คน ง. 60 คน ข้อ 40 ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องเกี่ยวกับการบอกเลิกตัวแทนร่วม ก. ตัวแทนร่วมบอกเลิกเมื่อใดก็ได้ ข. คู่กรณีที่บอกเลิกต้องมีหนังสือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ค. ตัวแทนร่วมที่บอก...

แนวข้อสอบ กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (มาตรา 12 - 20)

รูปภาพ
ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ เพื่อตอบคำถาม  ข้อ 21 - ข้อ 29 เกี่ยวกับกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองให้ถูกต้อง ก. ความไม่เป็นกลางทางภาวะวิสัย ข. ความไม่เป็นกลางทางอัตตะวิสัย ข้อ 21 ความไม่เป็นกลางอันมีเหตุจากสถานภาพของตัวเจ้าหน้าที่ ข้อ 22 ความไม่เป็นกลางอันมีเหตุจากสภาพภายในความคิดจิตใจของเจ้าหน้าที่ ข้อ 23 เจ้าหน้าที่เป็นตัวแทนของคู่กรณี ข้อ 24 เจ้าหน้าที่เป็นพยานรู้เห็นเหตุการณ์กับเรื่องที่จะพิจารณา ข้อ 25 คู่สมรสของเจ้าหน้าที่มีคดีพิพาทกับคู่กรณี ข้อ 26 เจ้าหน้าที่เป็นบุพการี นอกกฎหมาย ของคู่กรณี ข้อ 27 เจ้าหน้าที่เป็นลูกหนี้ ในมูลละเมิด ของคู่กรณี ข้อ 28 เจ้าหน้าที่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับครู่กรณี ซึ่ง บิดามารดามิได้จดทะเบียนสมรส กัน ข้อ 29 เจ้าหน้าที่เคยแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณชนในเรื่องที่จะทำการพิจารณานอกหน้าที่ราชการมาก่อนแล้ว ข้อ 30 เจ้าหน้าที่ซึ่งถูกคัดค้านไม่ให้ทำการพิจารณาทางปกครอง เนื่องจากเป็นบุคคลตามมาตรา 13 จะต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปชั้นหนึ่ง ภายในระยะเวลาใด  เพื่อให้พิจารณาและมีคำสั่งต่อไป  ก. ภายในวันทำการรุ่งขึ้น ข. ภายใน 3 วันทำการ ค....

การยื่นคำคัดค้าน เมื่อเจ้าหน้าที่มีส่วนได้เสียหรือไม่เป็นกลาง

รูปภาพ
ในการพิจารณาทางปกครอง หรือขั้นตอนการเตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครอง หากเจ้าหน้าที่มีส่วนได้เสียตามมาตรา 13 หรือมีเหตุอื่นซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่เป็นกลางตามมาตรา 16 เจ้าหน้าที่ผู้นั้นจะทำการพิจารณาทางปกครองในเรื่องนั้นไม่ได้ และคู่กรณี (ผู้ยื่นคำขอ ผู้คัดค้านคำขอ ผู้อยู่ในบังคับหรือจะอยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครอง และผู้ซึ่งได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครอง เนื่องจากสิทธิจะถูกกระทบกระเทือนจากผลของคำสั่งทางปกครอง) อาจยื่นคำคัดค้านได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง คือ กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539  โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1. คู่กรณีต้อง ทำคำคัดค้านเป็นหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ ผู้เป็นต้นเหตุแห่งการคัดค้าน โดยต้องระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไว้ในหนังสือคัดค้านด้วย 2. การยื่นหนังสือคัดค้าน จะต้องยื่นก่อนได้รับแจ้งคำสั่งทางปกครอง โดยจะยื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับก็ได้     2.1) การยื่นหนังสือด้วยตนเอง คู่กรณีจะยื่นต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งถูก...

คำสั่งลงโทษทางวินัย? ที่มีประธานกรรมการสอบสวนวินัย เป็นอนุกรรมการพิจารณาดำเนินการทางวินัย และเป็นอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และการร้องทุกข์

รูปภาพ
ตัวอย่างคดีปกครองเรื่องนี้ ประธานกรรมการสอบสวนวินัย เป็นอนุกรรมการพิจารณาดำเนินการทางวินัย และยังเป็นอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และการร้องทุกข์ ในขณะเดียวกัน ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า มีเหตุซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันเป็นเหตุให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในความเป็นกลาง ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ทำให้การพิจารณาทางปกครองไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้คำสั่งลงโทษทางวินัยและมติให้ยกอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน โดยมีข้อเท็จจริงดังนี้ คณะกรรมการสอบสวนวินัย โดยมีนาง ส. เป็นประธานกรรมการสอบสวนวินัย ได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง และรายงานต่อนายกเทศมนตรีผู้สั่งแต่งตั้ง ว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง สมควรลงโทษปลดออกจากราชการ ต่อมา คณะอนุกรรมการพิจารณาดำเนินการทางวินัยและการให้ออกจากราชการ โดยมีนาง ส. เป็นอนุกรรมการด้วย ได้ประชุมและมีมติด้วยเสียงข้างมากให้ปลดออกจากราชการ หลังจากนั้น นายกเทศมนตรีได้รายงานการสอบสวนต่อคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด ซึ่งคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดมีมติให้ลงโทษปลดออกจากราชการ นายกเทศมนตรีจึงได้มีคำสั่...

การประเมินผลการปฏิบัติราชการ (ก่อนออกคำสั่งเลื่อนเงินเดือน) ไม่ใช่คำสั่งทางปกครอง

รูปภาพ
ปลัดอำภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และนายอำเภอ ได้ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการของนาง ส. ในรอบการประเมินที่ 2 (วันที่ 1 เมษายน 2557 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2557) ก็เพื่อเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่นาง ส. ในรอบการประเมินดังกล่าวอันเป็นคำสั่งทางปกครอง การกระทำของปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และนายอำเภอ จึงเป็นเพียงการพิจารณาทางปกครอง เพื่อจัดให้มีคำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ยังไม่มีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของ นาง ส. แต่ประการใด นาง ส. จึงมิใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากการกระทำของปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และนายอำเภอ ที่จะมีสิทธินำคดีข้อหานี้มาฟ้องต่อศาลปกครองได้ ตามนัยมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ที่มา คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ คบ. 158/2560

การกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นคุณยิ่งกว่าที่กฎหมายกำหนด จะนับระยะเวลาในการใช้มาตรการบังคับทางปกครองอย่างไร?

รูปภาพ
ในเรื่องการกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งได้กำหนดให้เป็นคุณยิ่งกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ จะนับระยะเวลาในการใช้มาตรการบังคับทางปกครองอย่างไร? นั้น คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองได้ให้ความเห็นไว้ดังนี้ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นปรากฏว่า อดีตนายก อบต. มีส่วนทำให้รถบรรทุกน้ำของ อบต.เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ได้รับความเสียหาย อบต.จึงได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2552 เรียกให้อดีตนายก อบต. ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยกำหนดให้อุทธรณ์คำสั่ง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง แต่ต่อมา อบต.ได้มี คำสั่งที่มีเนื้อหาในลักษณะเดียวกัน อีกครั้งเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2553 แต่แก้ไขระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่ง เป็นให้อุทธรณ์ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมีความเห็นว่า คำสั่งแรกที่กำหนดให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง เป็นระยะเวลาอุทธรณ์ที่มากกว่า 15 วัน ตามมาตรา 44 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 อันเป็นคุณยิ่งกว่าที่กฎหมายกำหนด กรณีจึงมิใช่คำสั่งที่มีข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรงและชัดแจ้ง อบต.และเจ้าห...

พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 (แก้ไขล่าสุด ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562)

รูปภาพ
   มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539”    มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป     (ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2539)    มาตรา 3 วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองตามกฎหมายต่างๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายใดกำหนดวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเรื่องใดไว้โดยเฉพาะและมีหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรมหรือมีมาตรฐานในการปฏิบัติราชการไม่ต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้    ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับขั้นตอนและระยะเวลาอุทธรณ์หรือโต้แย้งที่กำหนดในกฎหมาย    มาตรา 4 พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่    (1) รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี    (2) องค์กรที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ    (3) การพิจารณาของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีในงานทางนโยบายโดยตรง    (4) การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวน...