บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก 2026

ปลอมเอกสารเพื่อประโยชน์ส่วนตน ไม่ใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.381/2568)

คดีนี้สืบเนื่องมาจาก ผู้ฟ้องคดีปลอมแปลงเอกสารเพื่อนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่รับสมัครสอบคัดเลือกและตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร เพื่อให้หลงเชื่อและเข้าใจว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน จนได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งตามที่สมัคร และได้รับอนุมัติเงินประจำตำแหน่งเดือนละ 1,500 บาท รวมเป็นเงิน 39,000 บาท ต่อมาคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดเห็นว่าผู้ฟ้องคดีต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำวน 39,000 บาท นายก อบต. จึงได้ออกคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามจำนวนดังกล่าว และผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจารณาคำอุทธรณ์แล้ว เห็นว่าคำสั่งของนายก อบต. ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ฟ้องคดีกระทำไปเพื่อประโยชน์แก่ความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงานของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้ฟ้องคดีโดยแท้ การกระทำของผู้ฟ้องคดีดังกล่าว จึงเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของตน มิใช่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามที่ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งหรือมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด กรณีนี้ นายก อบต. จะต้องใช้สิทธิเรียกเ...

นำภาพเปลือยเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในบัญชีทวิตเตอร์ที่เปิดสาธารณะ เป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่มีลักษณะลามกอยู่ในตัว เป็นความผิดบทเดียว (ฎ.2412/2569)

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับความผิด ฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ และ ฐานร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้   ข้อเท็จจริงได้ความตามบันทึกคำให้การผู้ต้องหาแนบท้ายอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งโจทก์มิได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ "Y / L XXX & XXX"  จำเลยที่ 1 โพสต์ภาพเปลือยของจำเลยทั้งสองเผยแพร่ในบัญชีทวิตเตอร์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดเป็นสาธารณะด้วยความสมัครใจของจำเลยทั้งสอง ดังนั้น ทันทีที่มีการ นำเข้า สู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยการโพสต์ภาพเปลือยของจำเลยทั้งสองดังกล่าวในบัญชีทวิตเตอร์ของจำเลยที่ 1 ที่เปิดเป็นสาธารณะ ย่อมเป็นการ เผยแพร่ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามกดังกล่าวอยู่ในตัว เมื่อจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดฐานดังกล่าวในคราวเดียวกันต่อเนื่องกัน อีกทั้งการกระทำความผิดดังกล่าวก็เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการ...

เหตุฉกรรจ์ที่เป็นนามธรรมในคดียาเสพติด (ฎ.3479/2569)

ศาลฎีกาแผนกคดียาเสพติดวินิจฉัยว่า สำหรับความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน คู่ความไม่ฎีกา จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์  คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนต้องกำหนดโทษจำเลยให้เบาลงตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (1) (2) หรือไม่   เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่ได้ถือเอาปริมาณของยาเสพติดเป็นเกณฑ์ในการกำหนดโทษดังเช่นกฎหมายเดิม โดยให้ถือเอาพฤติการณ์หรือบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดเป็นสำคัญ แต่ปริมาณของยาเสพติดก็อาจบ่งชี้ถึงพฤติการณ์ความร้ายแรงในการกระทำความผิดได้อย่างหนึ่ง ซึ่งศาลสามารถนำมาพิจารณาประกอบพฤติการณ์อื่นเพื่อลงโทษจำเลยในเหตุฉกรรจ์ที่เป็นนามธรรมได้   เช่น การก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (2) และ การทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปตามมาตรา 145 วรรคสาม (2)   คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางมี 1,893 เม็ด กับชนิดเกล็ดสีขาวอีก 7 ซอง คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้รวม 209.079 กรัม ซึ่งฟังเป็นยุติว่าจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่...

เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการที่ตรวจสอบและพิจารณาความเหมาะสมของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารของมหาวิทยาลัย (คำวินิจฉัยที่ สค 369/2567)

ผู้อุทธรณ์เคยมีคำขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ รายชื่อคณะกรรมการที่ตรวจสอบและพิจารณาความเหมาะสมของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารของมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยให้เหตุผลว่า ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคล ซึ่งปรากฏชื่อของเจ้าของข้อมูล ย่อมทำให้รู้ตัวผู้นั้นได้ จึงเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ซึ่งมาตรา 24 กำหนดมิให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นหรือผู้อื่นโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือในขณะนั้น และการที่นายพิสูจน์ขอข้อมูลข่าวสารดังกล่าว มิใช่กรณีตามข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนดให้เปิดเผยได้ ผู้อุทธรณ์จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย วินิจฉัยว่า ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งต้องห้ามมิให้เปิดเผยแก่บุคคลอื่นโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลนั้น ต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดาในฐานะปัจเจกบุคคล...

เรียกเงินบำนาญที่รับไปโดยไม่มีสิทธิจากข้าราชการที่ถูกไล่ออกจากราชการ ฟ้องศาลยุติธรรม (คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลที่ 45/2566)

คดีนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โจทก์ เป็นราชการในส่วนกลาง สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542  ยื่นฟ้อง นาง อ. จำเลยซึ่งเคยเป็นข้าราชการสังกัดโจทก์ สืบเนื่องมาจากการที่โจทก์ออกคำสั่งลงโทษทางวินัยไล่จำเลยออกจากราชการ ขอให้จำเลยคืนเงินบำนาญและเงินอื่นในลักษณะเดียวกันที่รับไปโดยไม่มีสิทธิ  คดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการออกกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542  แต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองกับจำเลยซึ่งเป็นอดีตข้าราชการในสังกัด  อย่างไรก็ตาม คดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดหรือความรับผิดอย่างอื่นของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามม...

ชะลอการยุบเลิกกองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ (มติคณะรัฐมนตรี 21 กรกฎาคม 2569)

คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน ได้เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติการยุบเลิก กองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ ในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากกองทุนจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 มาตรา 56 นับจากวันที่กฎหมายบังคับใช้ มิได้ดำเนินภารกิจตามวัตถุประสงค์ของกองทุน แสดงให้เห็นว่ากองทุนไม่มีความพร้อมและไม่มีความจำเป็นจะต้องดำเนินการ ซึ่งพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 มาตรา 40 (1) และ (2) บัญญัติให้การยุบเลิกทุนหมุนเวียนให้กระทำได้ในกรณีหมดความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งทุนหมุนเวียนนั้นแล้ว หรือทุนหมุนเวียนได้หยุดการดำเนินงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ประกอบกับประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและการรายงานผลการประเมินผลการดำเนินงานทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2559 ข้อ 9 วรรคสอง กำหนดให้ในกรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดำเนินงานของทุนหมุนเวียนนั้นอาจดำรงอยู่ต่อไปไม่ได้ หรือหมดความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ หรือหยุดการดำเนินงานโดยไม่มีเหตุ...

การปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 (มติคณะรัฐมนตรี 9 มีนาคม 2542)

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2542 เห็นชอบแนวทางดำเนินการในการบังคับใช้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติดังนี้ 1. เมื่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการให้คำปรึกษา แนะนำ หรือให้ความเห็นเรื่องร้องเรียน ให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และให้เร่งรัดดำเนินการเป็นกรณีด่วนที่สุด 2. เมื่อสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ได้ประสานขอความร่วมมือในการขอเอกสาร หรือขอทราบข้อเท็จจริงประกอบการดำเนินการเรื่องร้องเรียนหรืออุทธรณ์ ให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือ กับสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ในการเร่งรัดจัดส่งเอกสารหรือให้ข้อเท็จจริง ตามที่ได้รับการประสานขอความร่วมมือ 3. เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ได้มีคำวินิจฉัยและแจ้งให้หน่วยงานของรัฐทราบแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐที่ได้รับแจ้งถือปฏิบัติตามคำวินิจฉัยโดยเคร่งครัด ภายใน 7 วันนับแต่วันที่รับทราบคำวินิจฉัย 4. หากหน่วยงานของรัฐแห่งใด มีปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ หรือการให้ความร่วมมือกับสำนักงาน...

เจตนาทางอาญา & จงใจทางแพ่ง (ฎ.3503/2543)

การกระทำโดยเจตนาในทางอาญาและการกระทำโดยจงใจในทางแพ่งมีความหมายทำนองเดียวกัน กล่าวคือ การกระทำโดยเจตนาในทางอาญา หมายถึงการกระทำโดยรู้สำนึกในการกระทำและในขณะเดียวกันผู้กระทำประสงค์ต่อผลหรือย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้น ส่วนการกระทำโดยจงใจในทางแพ่ง หมายถึงกระทำโดยรู้สำนึกถึงผลเสียหายที่จะเกิดจากการกระทำของตน หรืออีกนัยหนึ่งคือ กระทำโดยรู้ว่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น อันมีความหมายกว้างกว่าการกระทำโดยเจตนาในทางอาญา  การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยในคดีนี้ว่า ข้อเท็จจริงรับฟัง ได้แต่เพียงว่าโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ได้สอบถามและแสดงกิริยาในลักษณะไม่นอบน้อมอย่างเพียงพอต่อ ป. ลูกค้าของโรงแรมของจำเลยที่ 1  ทำให้ ป. ไม่พอใจตัวโจทก์  ซึ่ง ไม่ปรากฏโจทก์กระทำไปโดยเจตนาจะให้เกิดความเสียหายแก่โรงแรมของจำเลยที่ 1 จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหาย เป็นกรณีที่ศาลแรงงานกลางนำเอาข้อเท็จจริงที่รับฟังยุติแล้วมาปรับข้อกฎหมาย โดยหยิบยกเอาการกระทำของโจทก์ว่าไม่มีเจตนาก่อให้เกิดความเสียหายแก่โรงแรมของจำเลยที่ 1 มาเป็นเหตุผลประกอบในการวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้จงใจทำให...

การเกณฑ์ทหารไม่ขัดรัฐธรรมนูญ (คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2569)

รูปภาพ
ดาวน์โหลดไฟล์ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2569

ภาพวิดีโอกล้องวงจรปิดขณะพิจารณาคดี ไม่อยู่ภายใต้บังคับพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 (คำสั่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ ที่ สค 8/2569)

พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 4 บัญญัติว่า "หน่วยงานของรัฐ" หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา ศาลเฉพาะในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี องค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพ หน่วยงานอิสระของรัฐและหน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อข้อเท็จจริงในกรณีนี้รับฟังได้ว่าข้อมูลข่าวสารที่ผู้อุทธรณ์ร้องขอ คือ สำเนาภาพวิดีโอกล้องวงจรปิด ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 404 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 ระหว่างเวลา 09.00-12.00 น. ซึ่งอยู่ระหว่างเวลาที่ศาลอ่านคำพิพากษาและอ่านกระบวนพิจารณาคดี จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ที่คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดิน และการบังคับใช้กฎหมายจะรับไว้พิจารณาวินิจฉัยได้ จึงมีคำสั่งให้ยุติการพิจารณาอุทธรณ์นี้และจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบอุทธรณ์ ที่มา คำสั่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ สค 8/2569 เรื่อง อุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผ...

การสอบถามข้อเท็จจริง ไม่ใช่คำขอข้อมูลข่าวสาร (คำสั่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ ที่ สค 25/2569)

ผู้อุทธรณ์ได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี กรมอนามัย เพื่อขอทราบชื่อ สกุล ตำแหน่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีร้องเรียนเท็จก่อให้เกิดความเสียหาย ชื่อเสียง ตำแหน่ง หน้าที่ในทางราชการ แต่ศูนย์อนามัยฯ มีหนังสือปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ตามมาตรา 24 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผู้อุทธรณ์จึงได้มีหนังสือถึงประธานกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่ออุทธรณ์คำสั่งปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของศูนย์อนามัยฯ ดังกล่าว คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย พิจารณาแล้วเห็นว่า หนังสือขอทราบชื่อ สกุล ตำแหน่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีร้องเรียนเท็จก่อให้เกิดความเสียหายฯ ของผู้อุทธรณ์ดังกล่าว มีลักษณะเป็นการสอบถามข้อเท็จจริง มิได้ระบุคำขอข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และการที่ศูนย์อนามัยฯ มีหนังสือปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามตามมาตรา 24 และมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการใช้ดุลพินิจโดยเฉพาะของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามล...

สัญญาจ้างเป็นโมฆียะเพราะสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคล โจทก์ใช้สิทธิบอกล้าง สัญญาจ้างจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ฟ้องผู้ค้ำประกันไม่ได้ (ฎ.7125/2568)

คณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำชี้ขาดแล้วว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างเป็นโมฆียะ เพราะเกิดขึ้นโดยการสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคล และโจทก์ใช้สิทธิบอกล้างแล้ว สัญญาดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะ คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง  และคดีที่โจทก์ฟ้องผู้รับจ้างเพื่อเรียกคืนเงินค่าจ้าง ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้พิพากษาให้ผู้รับจ้างคืนเงินค่าจ้างล่วงหน้างวดที่ 1 แก่โจทก์ อันเป็นการชี้ขาดตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างตกเป็นโมฆะด้วยมีการบอกล้างโมฆียกรรมแล้ว  ดังนั้น โจทก์ต้องผูกพันตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ชี้ขาดว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างตกเป็นโมฆะ เป็นผลให้นิติกรรมระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างถือว่าเป็นโมฆะย้อนหลังขึ้นไปนับแต่วันเริ่มต้นทำสัญญา เสมือนว่าโจทก์กับผู้รับจ้างไม่ได้ทำนิติกรรมกันเลยมาตั้งแต่เริ่มต้นทำนิติกรรม   แม้จำเลยทำหนังสือสัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาของผู้รับจ้างไว้ต่อโจทก์ แต่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 681 การค้ำประกันมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์ เมื่อสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผ...

คำสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการที่เป็นโมฆะ

คณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองได้พิจารณาข้อหารือกรณีนี้เป็นสองประเด็น ประเด็นที่หนึ่ง การเพิกถอนคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะต้องดำเนินการอย่างไร  เห็นว่าคำสั่งจังหวัดสมุทรปราการที่ 9516/2562 เป็น คำสั่งแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ รายนาย ม. ตำแหน่งนักรังสีการแพทย์ปฏิบัติการ ตำแหน่งเลขที่ 33687 และรายนางสาว ล. ตำแหน่งเจ้าพนักงานรังสีการแพทย์ปฏิบัติงาน ตำแหน่งเลขที่ 11691 สังกัดโรงพยาบาลสมุทรปราการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายซึ่งเป็นการสร้างนิติสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ก่อให้เกิดสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล จึง เป็นคำสั่งทางปกครอง ตามบทนิยามในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏเป็นที่ยุติว่า พบหลักฐานการปลอมเอกสารราชการในกระบวนการคัดเลือก การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ อันเป็นการปลอมเอกสารราชการตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกจนถึงการบรรจุและแต่งตั้ง โดยนางสาว พ. นักทรัพยากรบุคคล (พนักงานราชก...

ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ต้นเงิน (และดอกเบี้ยที่ตกเป็นโมฆะ) แทนลูกหนี้ จะไล่เบี้ยลูกหนี้เรียกเอาดอกเบี้ยที่ตกเป็นโมฆะไม่ได้ (ฎ.8188/2568)

หนังสือสัญญากู้เงินระบุการกู้ยืมเงิน 150,000 บาท จำเลยยอมเสียดอกเบี้ย 10,000 บาท ทุกเดือนจนกว่าจำเลยจะชำระต้นเงินครบถ้วน หรือ คิดเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 80 ต่อปี ซึ่งประจักษ์ว่าเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี อันเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ประกอบมาตรา 654 และพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 (1)  โดยข้อเท็จจริงเรื่องการคิดดอกเบี้ยนี้รับฟังเป็นยุติได้จากหนังสือสัญญากู้เงินที่โจทก์อ้างส่งต่อศาลเอง จึงไม่จำเป็นต้องอาศัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานอื่นเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเรื่องดอกเบี้ยเป็นโมฆะดังที่โจทก์อ้างในฎีกาอีก  และกรณีนี้หากเจ้าหนี้ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือสัญญากู้เงินดังกล่าวด้วยตนเองโดยตรง แล้วจำเลยไม่ได้ให้การเรื่องดอกเบี้ยเป็นโมฆะนี้ไว้ ศาลก็มีอำนาจยกปัญหานี้ขึ้นวินิจฉัยเองได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) อันทำให้เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิบังคับจำเลยให้ชำระดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ในหนังสือสัญญากู้เงินได้เลย  โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันที่ชำร...

มาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เสนอ มาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ต่อคณะรัฐมนตรี ตามหนังสือสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ ปช 0011/0012 ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 รับทราบมาตรการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอ และให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป มาตรการดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีข้อเสนอแนะ 3 ด้าน ประกอบด้วย  ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง , ด้านการสร้างความรู้ความเข้าใจของผู้ปฏิบัติงาน และด้านการตรวจสอบ กำกับ ติดตาม ลิงก์ดาวน์โหลดรายละเอียดมาตรการ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง 1. พระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา พ.ศ. 2535 2.  มาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในการดำเนินโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (พร้อมหนังสือยืนยันมติ ครม.) 3. ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ...

ไม่ใช่การฉ้อโกง (สิทธิบัตร) (ฎ.8622/2568)

สิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์เป็นกรรมวิธีการผลิตข้าวสำเร็จรูป เป็นวัตถุไม่มีรูปร่างซึ่งมีราคาและอาจถือเอาได้ จึงเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 138  แต่องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 นั้น ผู้หลอกลวงผู้อื่นจะต้องได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม  สิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ได้มาตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 38 ระบุชื่อโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จำเลยทั้งสี่จะได้ไปซึ่งสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ได้ต้องมีการโอนสิทธิบัตรของโจทก์โดยทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 41 วรรคหนึ่ง จำเลยทั้งสี่ไม่อาจได้สิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ไปโดยไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติ โจทก์เป็นฝ่ายนำเสนอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ให้จำเลยทั้งสี่พิจารณาเอง ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสี่หลอกลวงโจทก์อย่างไร แม้โจทก์กล่าวอ้างในทำนองว่า จำเลยที่ 4 นำสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ไปใช้ทำให้ข้าวนุ่มขึ้นก็ไม่สามารถได้ไปซึ่งสิทธิการประดิษฐ์ของโจทก์โดยปราศจากการโอนสิทธิเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ...

ประเด็นสำคัญ ล้มละลาย เนติฯ 2/78 (ภาคปกติ) ครั้งที่ 1

ประเด็นสำคัญจากห้องบรรยายเนติบัณฑิต 2/78 วิชากฎหมายล้มละลาย (ภาคปกติ) ครั้งที่ 1 วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 อาจารย์ผู้สอน อ.กนก จุลมนต์ ********** 1. ข้อสอบเนติ กฎหมายล้มละลาย 2 ข้อ  -ข้อ 8 การดำเนินคดีล้มละลาย  -ข้อ 9 กระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ***ข้อสอบออกหมวด 3/1 ดูเรื่องผลของคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ ม.90/70 , ม.90/75 -ในส่วนของอาจารย์ ออกข้อสอบจากหนังสือคำอธิบายกฎหมายล้มละลาย (เนติ) และหนังสือรวมคำบรรยายเนติ 2. พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ.2561 มี 10 หมวด  -การดำเนินคดีล้มละลาย หมวด 1-8 *ถ้าเวลาไม่พอ เน้นหมวด 1 , 3 , 4  -ฟื้นฟูฯ หมวด 3/1 - 3/2 3. บุคคลที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดีล้มละลาย -ลูกหนี้ ได้แก่ บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ม.9(2) , 82 , 88 , 89 -เจ้าหนี้ ได้แก่ เจ้าหนี้มีประกัน ม.6 และเจ้าหนี้ไม่มีประกัน/เจ้าหนี้สามัญ/เจ้าหนี้ทั่วไป หลักเกณฑ์การเริ่มต้นคดีและหลักเกณฑ์การยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่างกัน -เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จ.พ.ท.) ม.6 -ศาลล้มละลาย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มฯ ✅ ประเด็นสำคัญ ล้มละลาย เนติฯ 2/78 (ภาคปกติ) ครั้งที่...