ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แนวข้อสอบ ระเบียบฯ การลาของข้าราชการ (ชุดที่ 1)


ข้อ 1 โดยหลักการลาป่วย ต้องเสนอหรือจัดส่งใบลาเมื่อใด
ก. ก่อนวันที่ลา
ข. วันที่ลา
ค. วันแรกที่มาปฏิบัติราชการ
ง. ข้อ ก. และ ข. ถูกต้อง

ข้อ 2 ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 กำหนดวัตถุประสงค์ของการลาป่วยไว้ในข้อใด
ก. วันลาพักผ่อนไม่เพียงพอ
ข. ไม่สามารถลาประเภทอื่นได้ทัน
ค. รักษาตัว
ง. วันลาป่วยคงเหลือเพียงพอ

ข้อ 3 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 มีที่มาตามกฎหมายใด
ก. กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
ข. กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
ค. กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ง. กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

ข้อ 4 ผู้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 
ก. ปลัดกระทรวง
ข. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ค. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
ง. นายกรัฐมนตรี

ข้อ 5 ข้าราชการที่ได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ณ หน่วยงานอื่น หากประสงค์จะลาป่วย จะต้องขออนุญาตต่อผู้ใด
ก. ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่ไปช่วยราชการ
ข. ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานต้นสังกัด
ค. ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่ไปช่วยราชการหรือต้นสังกัดก็ได้
ง. ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่ทำข้อตกลงการลาไว้

ข้อ 6 วันที่เริ่มใช้บังคับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555
ก. 1 มกราคม 2555
ข. 1 มกราคม 2565
ค. 24 มกราคม 2555
ง. 25 มกราคม 2555

ข้อ 7 ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 เลขานุการรัฐมนตรี ในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงานรัฐมนตรี ถือเป็นหัวหน้าส่วนราชการ หรือไม่
ก. ไม่เป็น เพราะสำนักงานรัฐมนตรีไม่มีฐานะเป็นกรม
ข. ไม่เป็น เพราะเลขานุการรัฐมนตรีไม่มีฐานะเป็นอธิบดี
ค. เป็น เพราะกฎหมายว่าด้วยวินัยข้าราชการบัญญัติให้มีฐานะเทียบเท่าอธิบดี
ง. เป็น เพราะระเบียบกำหนดให้เป็นหัวหน้าส่วนราชการ

ข้อ 8 นาย ก. ข้าราชการพลเรือนสามัญ ได้ลาป่วยติดต่อกัน 15 วันทำการในเดือนมกราคม 2565 นาย ก. จะมีสิทธิได้รับเงินเดือนในเดือนดังกล่าวหรือไม่ต้องเป็นไปตามกฎหมายใด
ก. กฎหมายวิธีการงบประมาณ
ข. กฎหมายการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน
ค. กฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ
ง. กฎหมายเงินคงคลัง

ข้อ 9 การลา แบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ก. 7 ประเภท
ข. 9 ประเภท
ค. 11 ประเภท
ง. 13 ประเภท

ข้อ 10 วันลาคลอดบุตรรวมทั้งสิ้นต้องไม่เกินกี่วัน
ก. 45 วัน
ข. 60 วัน
ค. 90 วัน
ง. 120 วัน

เฉลย
ข้อ 1 ตอบ ง. ดูข้อ 18 วรรคหนึ่ง โดยหลักจะต้องเสนอใบลาป่วยก่อนหรือในวันที่ลา เว้นแต่กรณีจำเป็น จะเสนอใบลาในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการก็ได้
ข้อ 2 ตอบ ค. ดูข้อ 18 วรรคหนึ่ง การลาป่วยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาตัว
ข้อ 3 ตอบ ง. นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ได้วางระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 โดยอาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
ข้อ 4 ตอบ ข. ดูข้อ 4 ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบ และมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ข้อ 5 ตอบ ก. ดูข้อ 9 วรรคหนึ่ง ข้าราชการที่ไปช่วยราชการ ต้องขออนุญาตลาป่วย ต่อผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่ไปช่วยราชการ แล้วให้หน่วยงานนั้น รายงานจำนวนวันลาให้หน่วยงานต้นสังกัดของข้าราชการผู้นั้นทราบอย่างน้อยปีละครั้ง
ข้อ 6 ตอบ ง. ระเบียบฯ ข้อ 2 กำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2555 (ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 129/ตอนพิเศษ 22 ง/หน้า 1/24 มกราคม 2555
ข้อ 7 ตอบ ง. ข้อ 5 "หัวหน้าส่วนราชการ" รวมถึง เลขานุการรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงานรัฐมนตรีด้วย
ข้อ 8 ตอบ ข. ดูข้อ 16 กำหนดให้การได้รับเงินเดือนระหว่างการลา ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน
ข้อ 9 ตอบ ค. ดูข้อ 17 กำหนดให้การลาแบ่งออกเป็น 11 ประเภท 
ข้อ 10 ตอบ ค. ดูข้อ 19 วรรคสอง การลาคลอดบุตร จะลาในวันที่คลอด ก่อน หรือหลังวันที่คลอดบุตรก็ได้ แต่เมื่อรวมวันลาแล้ว ต้องไม่เกิน 90 วัน

***ลิ้งก์แนวข้อสอบ ระเบียบฯ การลาของข้าราชการ***

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ข้อ 1 นาย เอ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของเทศบาลบี ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเก็บขยะมูลฝอยด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของนาย ซี ทำให้รถยนต์ของนาย ซี เสียหาย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ ถูกต้อง ก. นาย เอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข. การกระทำของนาย เอ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการสาธารณะเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ค.  เทศบาลบี เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ นาย เอ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ ง.   นายซี มีอำนาจฟ้องเทศบาลบี ต่อศาลปกครอง ข้อ 2 การกำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องออกเป็นกฎหมายใด ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา ค. พระราชกำหนด ง. กฎกระทรวง ข้อ 3 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การกระทำโดยจงใจ คือ รู้สำนึกถึงการกระทำว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ข. การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ ไม่มีเจตนา แต่พึงคาดหมายได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และหากใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ก็อาจป้องกันมิให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

***ปล. ในเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หากมีโอกาสผมจะเพิ่มเติมแนวข้อสอบในโพสต์นี้นะครับ*** ข้อ 1. ส่วนราชการต่างๆ จะต้องจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด    ก. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ    ข. เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ    ค. เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน    ง. เพื่อปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ข้อ 2. ในวาระเริ่มแรก แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการมีระยะเวลากี่ปี ตามกฎหมายใหม่    ก. 2 ปี    ข. 3 ปี    ค. 5 ปี    ง. 6 ปี ข้อ 3. แผนปฏิบัติราชการตามข้อ 2. มีห้วงระยะเวลาตามข้อใด    ก. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    ข. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    ค.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567    ง.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อ 4. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นความหมายต

โครงสร้างรัฐธรรมนูญ'60

การศึกษาโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายอื่นๆ มีความสำคัญมาก ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกฎหมายนั้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาบทบัญญัติต่างๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน (2560) มีบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอีก 18 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป  (มาตรา 1-5) หมวด 2 พระมหากษัตริย์  (มาตรา 6-24)   หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 25-49) หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 50) หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  (มาตรา 51-63) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  (มาตรา 64-78) หมวด 7 รัฐสภา  (มาตรา 79-157)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  79-82)     ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร  (มาตรา  83-106)     ส่วนที่ 3 วุฒิสภา  (มาตรา  107-113)     ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง  (มาตรา  114-155)     ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา   (มาตรา  156-157)  หมวด 8 คณะรัฐมนตรี  (มาตรา 158-183)  หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์  (มาตรา 184-187)  หมวด 10 ศาล  (มาตรา 188-199)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  188-