ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แนวข้อสอบ ระเบียบฯ การลาของข้าราชการ (ชุดที่ 2)


ข้อ 11 การพิจารณาอนุญาตการลาในข้อใดต่อไปนี้ แตกต่างจากข้ออื่น
ก. การลาเข้ารับการตรวจเลือก
ข. การลาติดตามคู่สมรส
ค. การลาพักผ่อน
ง. การลาไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย หรือดูงาน

ข้อ 12 ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร
ก. ต้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย
ข. ลาได้เพียงครั้งเดียว
ค. ต้องลาภายใน 90 วัน นับแต่วันที่คลอดบุตร
ง. ลาได้ครั้งหนึ่งติดต่อกันไม่เกิน 15 วันทำการ

ข้อ 13 สิทธิลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตร เป็นไปตามข้อใด
ก. ลาได้ไม่เกิน 90 วัน
ข. ลาต่อเนื่องจากการคลอดบุตรได้ไม่เกิน 90 วันทำการ
ค. ลาได้ไม่เกิน 120 วัน
ง. ลาต่อเนื่องจากการคลอดบุตรได้ไม่เกิน 150 วันทำการ

ข้อ 14 ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555 กำหนดให้ข้าราชการที่รับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี มีสิทธินำวันลาพักผ่อนสะสมรวมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันได้กี่วัน
ก. ไม่เกิน 20 วัน
ข. ไม่เกิน 30 วัน
ค. ไม่เกิน 20 วันทำการ
ง. ไม่เกิน 30 วันทำการ

ข้อ 15 การลาติดตามคู่สมรส ต้องมีระยะเวลาไม่เกินกำหนดในข้อใดเพื่อมิให้มีผลเป็นการลาออกจากราชการ
ก. ไม่เกิน 2 ปี
ข. ไม่เกิน 3 ปี
ค. ไม่เกิน 4 ปี
ง. ไม่เกิน 5 ปี

ข้อ 16 ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการลาทุกประเภทและการไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี
ก. ต้องแจ้งคณะรัฐมนตรีทราบ
ข. ต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
ค. เป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี
ง. ถูกต้องทั้งข้อ ก. และ ค.

ข้อ 17 การลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ มีกำหนดระยะเวลาสูงสุดตามข้อใด
ก. 1 เดือน
ข. 6 เดือน
ค. 12 เดือน
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

ข้อ 18 โดยหลัก การลาไปประกอบพิธีฮัจย์ จะต้องเสนอหรือจัดส่งใบลาก่อนวันเดินทางกี่วัน
ก. ไม่น้อยกว่า 30 วัน
ข. ไม่น้อยกว่า 60 วัน
ค. ไม่น้อยกว่า 15 วันทำการ
ง. ไม่มีข้อใดถูก

ข้อ 19 ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการนับวันลาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555
ก. ให้นับตามปีปฏิทิน
ข. เริ่มนับวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 กันยายน ของปีถัดไป
ค. นับตามปีงบประมาณ
ง. ถูกทั้งข้อ ข. และ ค.

ข้อ 20 โดยหลัก ข้าราชการที่พ้นจากการลาเข้ารับการเตรียมพล จะต้องรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการตามปกติภายในเวลาใด
ก. 48 ชั่วโมง
ข. 72 ชั่วโมง
ค. 7 วัน
ง. 15 วัน

เฉลย
ข้อ 11 ตอบ ก. ในเรื่อง "การพิจารณาอนุญาต" เฉพาะการลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล ระเบียบฯ จะใช้คำว่า "การรายงานลา" เมื่อรายงานแล้ว ให้ไปเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพลตามหมายเรียกโดยไม่ต้องรอรับคำสั่งอนุญาต ตามข้อ 31 วรรคหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากตัวเลือกในข้ออื่นที่จะต้องเสนอหรือจัดส่งใบลาเพื่อให้ผู้มีอำนาจได้พิจารณาอนุญาตการลา
ข้อ 12 ตอบ ข. ข้อ 20 วรรคหนึ่ง การลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร จะต้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย และมีสิทธิลาภายใน 90 วันนับแต่วันที่คลอดบุตร ลาครั้งหนึ่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 15 วันทำการ
ข้อ 13 ตอบ ง. ข้อ 22 ข้าราชการที่ลาคลอดบุตรแล้ว มีสิทธิลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตร โดยมีสิทธิลาต่อเนื่องจากการคลอดบุตรได้ไม่เกิน 150 วันทำการ
ข้อ 14 ตอบ ง. ข้อ 24 วรรคสอง ข้าราชการที่รับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี มีสิทธินำวันลาพักผ่อนสะสมรวมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันได้ไม่เกิน 30 วันทำการ
ข้อ 15 ตอบ ค. ข้อ 36 วรรคหนึ่ง การลาติดตามคู่สมรส ถ้าเกิน 4 ปี ให้ลาออกจากราชการ
ข้อ 16 ตอบ ง. ข้อ 41 การลาทุกประเภทและการไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี เป็นดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี และแจ้งให้คณะรัฐมนตรีทราบ
ข้อ 17 ตอบ ค. ข้อ 39 วรรคหนึ่ง มีสิทธิลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพครั้งหนึ่งได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรที่ประสงค์จะลา แต่ไม่เกิน 12 เดือน
ข้อ 18 ตอบ ข. ข้อ 29 วรรคหนึ่ง ต้องเสนอหรือจัดส่งใบลาก่อนวันเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ไม่น้อยกว่า 60 วัน
ข้อ 19 ตอบ ก. ข้อ 10 วรรคหนึ่ง การนับวันลาตามระเบียบนี้ ให้นับตามปีงบประมาณ ดังนั้น ข้อ ก. จึงไม่ถูกต้อง
ข้อ 20 ตอบ ค. ข้อ 32 โดยหลักจะต้องรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการตามปกติต่อผู้บังคับบัญชาภายใน 7 วัน 

***ลิ้งก์แนวข้อสอบ ระเบียบฯ การลาของข้าราชการ***

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ข้อ 1 นาย เอ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของเทศบาลบี ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเก็บขยะมูลฝอยด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของนาย ซี ทำให้รถยนต์ของนาย ซี เสียหาย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ ถูกต้อง ก. นาย เอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข. การกระทำของนาย เอ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการสาธารณะเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ค.  เทศบาลบี เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ นาย เอ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ ง.   นายซี มีอำนาจฟ้องเทศบาลบี ต่อศาลปกครอง ข้อ 2 การกำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องออกเป็นกฎหมายใด ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา ค. พระราชกำหนด ง. กฎกระทรวง ข้อ 3 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การกระทำโดยจงใจ คือ รู้สำนึกถึงการกระทำว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ข. การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ ไม่มีเจตนา แต่พึงคาดหมายได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และหากใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ก็อาจป้องกันมิให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

***ปล. ในเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หากมีโอกาสผมจะเพิ่มเติมแนวข้อสอบในโพสต์นี้นะครับ*** ข้อ 1. ส่วนราชการต่างๆ จะต้องจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด    ก. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ    ข. เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ    ค. เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน    ง. เพื่อปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ข้อ 2. ในวาระเริ่มแรก แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการมีระยะเวลากี่ปี ตามกฎหมายใหม่    ก. 2 ปี    ข. 3 ปี    ค. 5 ปี    ง. 6 ปี ข้อ 3. แผนปฏิบัติราชการตามข้อ 2. มีห้วงระยะเวลาตามข้อใด    ก. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    ข. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    ค.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567    ง.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อ 4. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นความหมายต

โครงสร้างรัฐธรรมนูญ'60

การศึกษาโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายอื่นๆ มีความสำคัญมาก ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกฎหมายนั้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาบทบัญญัติต่างๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน (2560) มีบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอีก 18 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป  (มาตรา 1-5) หมวด 2 พระมหากษัตริย์  (มาตรา 6-24)   หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 25-49) หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 50) หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  (มาตรา 51-63) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  (มาตรา 64-78) หมวด 7 รัฐสภา  (มาตรา 79-157)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  79-82)     ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร  (มาตรา  83-106)     ส่วนที่ 3 วุฒิสภา  (มาตรา  107-113)     ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง  (มาตรา  114-155)     ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา   (มาตรา  156-157)  หมวด 8 คณะรัฐมนตรี  (มาตรา 158-183)  หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์  (มาตรา 184-187)  หมวด 10 ศาล  (มาตรา 188-199)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  188-