ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แนวข้อสอบกฎหมายเงินคงคลัง

          แนวข้อสอบกฎหมายเงินคงคลัง เป็นแบบทดสอบทั้งในมหาวิทยาลัย และการสอบแข่งขันเข้ารับราชการในตำแหน่งนักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และตำแหน่งนักวิชาการคลัง กรมบัญชีกลาง กรมธนารักษ์ เป็นต้น โดยบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 มีจำนวนทั้งสิ้น 14 มาตรา ผู้เขียนได้รวบรวมแนวข้อสอบตามกฎหมายแม่บทและอนุบัญญัติที่น่าสนใจไว้ 20 ข้อ เชื่อว่าน่าจะครอบคลุมเนื้อหาวิชากฎหมายฉบับนี้มากที่สุด  



          1. ข้อใดคือเจตนารมณ์ในการตราพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491
          ก. เพื่อนำเงินคงคลังไปซื้อเงินตราต่างประเทศ
          ข. เพื่อจัดระบบการควบคุมเงินแผ่นดินให้รัดกุม
          ค. เพื่อขยายขอบเขตการบริหารเงินคงคลังให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น
          ง. เพื่อปลดเปลื้องหนี้สินและบรรเทาภาระค่าดอกเบี้ยในช่วงที่บัญชีเงินคงคลังมีจำนวนมาก 
          ตอบ ข. (ดูคำปรารภ ในพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491)

          2. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับวันใช้บังคับพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491
          ก. ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2491
          ข. ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2491
          ค. ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2491
          ง. ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2491
          ตอบ ง. (ดูมาตรา 2) 

          3. พระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 แก้ไขเพิ่มเติมล่าสุด เป็นฉบับที่เท่าไร
          ก. ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2495
          ข. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2509
          ค. ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2534
          ง. ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2561
          ตอบ ง. (ดูพระราชบัญญัติเงินคงคลัง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2561 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 เล่ม 135 ตอนที่ 13 ก)

          4. ข้อใดถูกต้อง เกี่ยวกับบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 1
          ก. เป็นบัญชีเงินฝากกระแสรายวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย 
          ข. เป็นบัญชีเงินฝากกระแสรายวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งกระทรวงการคลังมีไว้เพื่อประโยชน์แห่งมาตรา 4 
          ค. เป็นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
          ง. เป็นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งกระทรวงการคลังมีไว้เพื่อประโยชน์แห่งมาตรา 4 
          ตอบ ข. (ดูนิยามในมาตรา 3) 

          5. ผู้รักษาการตามกฎหมายเงินคงคลังคือใคร
          ก. นายกรัฐมนตรี
          ข. นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
          ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.
          ง. ผิดทุกข้อ
          ตอบ ง. (ดูมาตรา 14)

          6. ข้อใดกล่าวผิด
          ก. มติให้จ่ายเงินไปก่อน คือ มติของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้ตราขึ้นไว้เป็นพระราชบัญญัติ อนุญาตให้รัฐมนตรีจ่ายเงินเพื่อกิจการที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัตินั้นไปพลางก่อน จนกว่าจะได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติงบประมาณหรือพระราชบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติม
          ข. เงินยืมทดรองราชการ คือ เงินซึ่งกระทรวงการคลังอนุญาตให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อทดรองจ่ายเป็นค่าใช้สอยปลีกย่อยประจำสำนักงานตามข้อบังคับและระเบียบของกระทรวงการคลัง
          ค. เงินฝาก คือ เงินที่กระทรวงการคลังรับฝากไว้และจ่ายคืนตามคำขอของผู้ฝากตามข้อบังคับและระเบียบของกระทรวงการคลัง
          ง. เงินขายบิล คือ เงินที่กระทรวงการคลังรับไว้ ณ ที่แห่งหนึ่งเพื่อโอนไปจ่าย ณ ที่อีกแห่งหนึ่งตามข้อบังคับและระเบียบของกระทรวงการคลัง
          ตอบ ก. (ดูนิยามในมาตรา 3)

          7. การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 1 จะต้องดำเนินการอย่างไร
          ก. จ่ายเข้าบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 1 บัญชีย่อยบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 2
          ข. จ่ายเข้าบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 2
          ค. โอนเข้าบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 1 บัญชีย่อยบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 2
          ง. โอนเข้าบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 2
          ตอบ ง. (ดูมาตรา 5)

          8. การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 2 นอกจากกระทำได้โดยพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีแล้ว สามารถกระทำได้โดยวิธีการใดอีกหรือไม่ 
          ก. ได้ โดยต้องตราพระราชบัญญัติโอนเงินในงบประมาณเท่านั้น
          ข. ไม่ได้ เพราะการสั่งจ่ายเงินงบประมาณจะต้องอาศัยอำนาจตามกฎหมายระดับพระราชบัญญัติเท่านั้น
          ค. ได้ โดยให้สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้จ่ายเงินไปก่อน
          ง. ไม่ได้ เพราะการสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 2 จะต้องโอนเงินเข้าบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 1 เท่านั้น
          ตอบ ค. (ดูมาตรา 6 ประกอบนิยามในมาตรา 3)

          9. ผู้มีหน้าที่สั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 1 ในข้อใดถูกต้อง
          ก. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
          ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี 
          ค. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 
          ง. ผิดทุกข้อ
          ตอบ ค. (ดูมาตรา 9)

          10. การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 2 หรือคลังจังหวัด หรือคลังอำเภอ ก่อนที่มีกฎหมายอนุญาตให้จ่าย จะกระทำได้หรือไม่
          ก. ไม่ได้ เพราะผิดหลักการบริหารเงินงบประมาณ
          ข. ได้ เพื่อไถ่ถอนพันธบัตรรัฐบาล
          ค. ไม่ได้ เพราะจะทำให้บัญชีเงินคงคลังไม่สมดุล
          ง. ได้ เพื่อชำระหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้กู้ โดยต้องตั้งเงินรายจ่ายเพื่อชดใช้ในพระราชกำหนดด้วย
          ตอบ ข. (ดูมาตรา 7)

          11. เงินตามข้อใด ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการที่ได้เก็บหรือรับเงินไว้จะต้องควบคุมให้ส่งเข้าบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 1 หรือคลังจังหวัด หรือคลังอำเภอ
          ก. เงินค่าภาษีอากร 
          ข. เงินค่าธรรมเนียม เงินค่าปรับ
          ค. เงินกู้ 
          ง. ถูกทุกข้อ
          ตอบ ง. (ดูมาตรา 4)

          12. เงินตามข้อใด ไม่อยู่ภายใต้บังคับการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง
          ก. ค่าปรับ
          ข. ค่าธรรมเนียม 
          ค. เงินรางวัล
          ง. เงินสินบน
          ตอบ ข. (ดูข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง พ.ศ. 2546)

          13. เงินที่กระทรวงการคลังรับไว้ ณ ที่แห่งหนึ่งเพื่อโอนไปจ่าย ณ ที่อีกแห่งหนึ่งตามข้อบังคับและระเบียบของกระทรวงการคลัง คือเงินใด
          ก. เงินฝาก
          ข. เงินยืมทดรองราชการ
          ค. เงินขายบิล
          ง. ถูกเฉพาะ ก. และ ค.
          ตอบ ค. (ดูนิยามในมาตรา 3)

          14. หลักการสำคัญของกฎหมายเงินคงคลังฉบับแก้ไขล่าสุด คือข้อใด
          ก. ให้กระทรวงการคลังสามารถสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 1 เพื่อชำระคืนเงินต้นของตั๋วเงินคลังที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อบริหารสภาพคล่องของเงินคงคลัง
          ข. ให้กระทรวงการคลังสามารถสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินคงคลังบัญชีที่ 2 เพื่อชำระคืนเงินต้นของตั๋วเงินคลังที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อบริหารสภาพคล่องของเงินคงคลัง
          ค. กำหนดหลักการของข้อบังคับ ว่าด้วยการอนุญาตให้หัวหน้าส่วนราชการหักรายจ่ายจากเงินที่จะต้องส่ง
          ง. เพื่อเตรียมความพร้อมในการยกร่างพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ....
          ตอบ ข. (ดูพระราชบัญญัติเงินคงคลัง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2561)

          15. เงินที่กระทรวงการคลังรับฝากไว้และจ่ายคืนตามคำขอของผู้ฝากตามข้อบังคับและระเบียบของกระทรวงการคลัง คือเงินใด
          ก. เงินฝาก
          ข. เงินขายบิล
          ค. เงินรางวัล
          ง. เงินรับฝาก
          ตอบ ก. (ดูนิยามในมาตรา 3)

          16. เงินสินบน หมายความว่าอย่างไร
          ก. เงินที่จ่ายให้แก่ผู้แจ้งความนำจับ
          ข. เงินที่จ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้จับ
          ค. ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่อันได้มาซึ่งเงินค่าปรับ
          ง. ถูกทุกข้อ
          ตอบ ก. (ดูข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง พ.ศ. 2546)

          17. กรณีมีการจับกุมผู้กระทำผิด สามารถหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในอัตราเท่าไร
          ก. ไม่เกินร้อยละ 90 ของเงินค่าปรับที่ได้รับ
          ข. ไม่เกินร้อยละ 85 ของเงินค่าปรับที่ได้รับ
          ค. ไม่เกินร้อยละ 80 ของเงินค่าปรับที่ได้รับ
          ง. ไม่เกินร้อยละ 75 ของเงินค่าปรับที่ได้รับ
          ตอบ ก. (ดูข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง พ.ศ. 2546)

          18. กรณีไม่มีการจับกุมผู้กระทำผิด สามารถหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในอัตราเท่าไร
          ก. ไม่เกินร้อยละ 90 ของเงินค่าปรับที่ได้รับ
          ข. ไม่เกินร้อยละ 85 ของเงินค่าปรับที่ได้รับ
          ค. ไม่เกินร้อยละ 80 ของเงินค่าปรับที่ได้รับ
          ง. ไม่เกินร้อยละ 75 ของเงินค่าปรับที่ได้รับ
          ตอบ ง. (ดูข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง พ.ศ. 2546)

          19. เงินขายบิล แบ่งได้เป็นกี่ชนิด 
          ก. 1 ชนิด คือ เงินขายบิล
          ข. 2 ชนิด คือ เงินขายบิลของส่วนราชการ และเงินขายบิลของส่วนบุคคล
          ค. 3 ชนิด คือ เงินขายบิล เงินขายบิลของส่วนราชการ และเงินขายบิลของส่วนบุคคล 
          ง. 4 ชนิด คือ เงินขายบิล เงินขายบิลของส่วนราชการ เงินขายบิลของส่วนบุคคล และเงินขายบิลสาธารณกุศล
          ตอบ ข. (ดูข้อบังคับ ว่าด้วยเงินขายบิล พ.ศ. 2495)

          20. พระราชบัญญัติเงินคงคลัง ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมล่าสุด ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่เท่าไร
          ก. 23 มีนาคม 2561
          ข. 24 มีนาคม 2561
          ค. 27 มีนาคม 2561
          ง. 28 มีนาคม 2561
          ตอบ ข. (ดูพระราชบัญญัติเงินคงคลัง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2561



#นักเรียนกฎหมาย
31 กรกฎาคม 2561



ที่มา :
1. พระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491
2. พระราชบัญญัติเงินคงคลัง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2495
3. พระราชบัญญัติเงินคงคลัง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2509
4. พระราชบัญญัติเงินคงคลัง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2534
5. พระราชบัญญัติเงินคงคลัง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2561
6. ข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง พ.ศ. 2546
7. ข้อบังคับ ว่าด้วยเงินขายบิล พ.ศ. 2495



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ข้อ 1 นาย เอ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของเทศบาลบี ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเก็บขยะมูลฝอยด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของนาย ซี ทำให้รถยนต์ของนาย ซี เสียหาย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ ถูกต้อง ก. นาย เอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข. การกระทำของนาย เอ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการสาธารณะเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ค.  เทศบาลบี เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ นาย เอ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ ง.   นายซี มีอำนาจฟ้องเทศบาลบี ต่อศาลปกครอง ข้อ 2 การกำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องออกเป็นกฎหมายใด ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา ค. พระราชกำหนด ง. กฎกระทรวง ข้อ 3 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การกระทำโดยจงใจ คือ รู้สำนึกถึงการกระทำว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ข. การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ ไม่มีเจตนา แต่พึงคาดหมายได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และหากใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ก็อาจป้องกันมิให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

***ปล. ในเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หากมีโอกาสผมจะเพิ่มเติมแนวข้อสอบในโพสต์นี้นะครับ*** ข้อ 1. ส่วนราชการต่างๆ จะต้องจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด    ก. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ    ข. เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ    ค. เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน    ง. เพื่อปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ข้อ 2. ในวาระเริ่มแรก แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการมีระยะเวลากี่ปี ตามกฎหมายใหม่    ก. 2 ปี    ข. 3 ปี    ค. 5 ปี    ง. 6 ปี ข้อ 3. แผนปฏิบัติราชการตามข้อ 2. มีห้วงระยะเวลาตามข้อใด    ก. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    ข. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    ค.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567    ง.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อ 4. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นความหมายต

โครงสร้างรัฐธรรมนูญ'60

การศึกษาโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายอื่นๆ มีความสำคัญมาก ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกฎหมายนั้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาบทบัญญัติต่างๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน (2560) มีบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอีก 18 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป  (มาตรา 1-5) หมวด 2 พระมหากษัตริย์  (มาตรา 6-24)   หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 25-49) หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 50) หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  (มาตรา 51-63) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  (มาตรา 64-78) หมวด 7 รัฐสภา  (มาตรา 79-157)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  79-82)     ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร  (มาตรา  83-106)     ส่วนที่ 3 วุฒิสภา  (มาตรา  107-113)     ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง  (มาตรา  114-155)     ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา   (มาตรา  156-157)  หมวด 8 คณะรัฐมนตรี  (มาตรา 158-183)  หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์  (มาตรา 184-187)  หมวด 10 ศาล  (มาตรา 188-199)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  188-