ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562


1. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง
ก. ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ข. คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษามีหน้าที่และอำนาจกำหนดยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ค. พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับทั่วไปจนกว่าจะถูกยกเลิก
ง. ต้องมีการประเมินผลการดำเนินงานและการบริหารจัดการพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทุก 2 ปี

2. ข้อใดต่อไปนี้มีความหมายสอดคล้องกับ "พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา" 
ก. พื้นที่ปฏิรูปการศึกษา Thailand 4.0
ข. พื้นที่พัฒนาความรู้และเจตคติของผู้เรียน
ค. พื้นที่ปฏิรูปการบริหารและการจัดการศึกษา
ง. พื้นที่บริหารจัดการสถานศึกษานำร่อง

3. ข้อใดมิใช่วัตถุประสงค์การจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ก. ให้อิสระสถานศึกษานำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ
ข. ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา
ค. พัฒนากลไกในการจัดการศึกษาร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ง. ส่งเสริมการจัดการศึกษาแนวใหม่

4. พระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับเมื่อใด
ก. ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2562 เป็นต้นไป
ข. ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป
ค. ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

5. สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือของเอกชน ที่อยู่ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาอนุมัติให้เป็นสถานศึกษานำร่อง คือความหมายตามบทนิยามใด
ก. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ข. สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทสามัญศึกษา
ค. สถานศึกษานำร่อง
ง. สถานศึกษา Partnership School

6. ผู้ใดมีอำนาจกำหนดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ก. คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ข. คณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ง. คณะรัฐมนตรี

7. ขั้นตอนการเสนอให้จัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่ถูกต้องที่สุด คือข้อใด
ก. คณะผู้เสนอ เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเพื่อพิจารณาความเหมาะสม
ข. คณะผู้เสนอ เสนอต่อภาคีเครือข่ายการศึกษา
ค. คณะผู้เสนอ เสนอต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเพื่อพิจารณาความเหมาะสม
ง. ถูกทุกข้อ

8. ข้อใดเป็นหลักสำคัญในการพิจารณาจัดตั้งพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 
ก. คำนึงถึงความพร้อม และการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง
ข. โอกาสที่จะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน
ค. คำนึงถึงผลการดำเนินการที่ผ่านมาของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาอื่นที่มีการจัดตั้งอยู่ก่อนแล้ว
ง. ถูกทุกข้อ

9. คณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นผู้ริเริ่มให้มีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาได้หรือไม่
ก. ไม่ได้ เพราะการเสนอต้องเสนอโดยคณะผู้เสนอเท่านั้น
ข. ไม่ได้ เพราะไม่ผ่านการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม
ค. ได้ กรณีจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา
ง. ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเท่านั้น

10. ประธานกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา คือใคร
ก. นายกรัฐมนตรี
ข. รองนายกรัฐมนตรี
ค. รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านการศึกษา
ง. นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

เฉลย
1. ตอบ ข. ดูมาตรา 20 (1) เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการขับเคลื่อนโดยตรง
2. ตอบ ค. ดูมาตรา 3 นิยามคำว่า "พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา" หมายความว่า พื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นพื้นที่ปฏิรูปการบริหารและการจัดการศึกษาเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมการศึกษา
3. ตอบ ง. ดูมาตรา 5 (2) (3) (4)
4. ตอบ ข. ดูมาตรา 2 พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136/ตอนที่ 56 ก/หน้า 102/30 เมษายน 2562 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
5. ตอบ ค. ดูมาตรา 3 นิยามคำว่า "สถานศึกษานำร่อง"
6. ตอบ ง. ดูมาตรา 6 วรรคหนึ่ง เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
7. ตอบ ก. ดูมาตรา 7 วรรคหนึ่ง ให้คณะผู้เสนอ...เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา
8. ตอบ ง. ดูมาตรา 6 วรรคสอง
9. ตอบ ค. โดยหลักเป็นหน้าที่ของคณะผู้เสนอ อย่างไรก็ดี มาตรา 9 ให้อำนาจคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเป็นผู้ริเริ่มได้ กรณีที่เห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา
10. ตอบ ง. ดูมาตรา 10 (1)

#นักเรียนกฎหมาย
17 พฤศจิกายน 2562













ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ข้อ 1 นาย เอ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของเทศบาลบี ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเก็บขยะมูลฝอยด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของนาย ซี ทำให้รถยนต์ของนาย ซี เสียหาย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ ถูกต้อง ก. นาย เอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข. การกระทำของนาย เอ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการสาธารณะเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ค.  เทศบาลบี เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ นาย เอ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ ง.   นายซี มีอำนาจฟ้องเทศบาลบี ต่อศาลปกครอง ข้อ 2 การกำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องออกเป็นกฎหมายใด ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา ค. พระราชกำหนด ง. กฎกระทรวง ข้อ 3 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การกระทำโดยจงใจ คือ รู้สำนึกถึงการกระทำว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ข. การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ ไม่มีเจตนา แต่พึงคาดหมายได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และหากใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ก็อาจป้องกันมิให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

***ปล. ในเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หากมีโอกาสผมจะเพิ่มเติมแนวข้อสอบในโพสต์นี้นะครับ*** ข้อ 1. ส่วนราชการต่างๆ จะต้องจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด    ก. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ    ข. เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ    ค. เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน    ง. เพื่อปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ข้อ 2. ในวาระเริ่มแรก แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการมีระยะเวลากี่ปี ตามกฎหมายใหม่    ก. 2 ปี    ข. 3 ปี    ค. 5 ปี    ง. 6 ปี ข้อ 3. แผนปฏิบัติราชการตามข้อ 2. มีห้วงระยะเวลาตามข้อใด    ก. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    ข. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    ค.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567    ง.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อ 4. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นความหมายต

โครงสร้างรัฐธรรมนูญ'60

การศึกษาโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายอื่นๆ มีความสำคัญมาก ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกฎหมายนั้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาบทบัญญัติต่างๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน (2560) มีบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอีก 18 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป  (มาตรา 1-5) หมวด 2 พระมหากษัตริย์  (มาตรา 6-24)   หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 25-49) หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 50) หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  (มาตรา 51-63) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  (มาตรา 64-78) หมวด 7 รัฐสภา  (มาตรา 79-157)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  79-82)     ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร  (มาตรา  83-106)     ส่วนที่ 3 วุฒิสภา  (มาตรา  107-113)     ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง  (มาตรา  114-155)     ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา   (มาตรา  156-157)  หมวด 8 คณะรัฐมนตรี  (มาตรา 158-183)  หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์  (มาตรา 184-187)  หมวด 10 ศาล  (มาตรา 188-199)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  188-