การรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง


คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออก ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ. 2564 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2564 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1. เมื่อมีผู้ร้องหรือข้อเท็จจริงปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    (1) กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
    (2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
    (3) กระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตราใดมาตราหนึ่งต่อไปนี้
         - มาตรา 20 วรรคสอง ดำเนินกิจการอันมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน
         - มาตรา 28 ยินยอมหรือกระทำการใด ทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิก กระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมือง ในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม
         - มาตรา 30 ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม เพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิก ทั้งนี้ เว้นแต่สิทธิหรือประโยชน์ซึ่งบุคคลจะพึงได้รับในฐานะที่เป็นสมาชิก
         - มาตรา 36 จัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดนอกราชอาณาจักร
         - มาตรา 44 รับบริจาค เพื่อกระทำการหรือสนับสนุนการกระทำ อันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือราชการแผ่นดิน
         - มาตรา 45 กระทำการ หรือส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือกระทำการอันเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ
         - มาตรา 46 เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ใด เพื่อให้ผู้นั้นหรือบุคคลอื่นได้รับแต่งตั้ง หรือสัญญาว่าจะให้ได้รับแต่งตั้ง หรือเพราะเหตุที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งใดในการบริหารราชการแผ่นดินหรือในหน่วยงานของรัฐ
         - มาตรา 72 รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
         - มาตรา 74 รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศ หรือจากบุคคลที่กฎหมายกำหนด
    (4) มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกำหนด 
ให้นายทะเบียนพรรคการเมือง มอบหมายให้พนักงานดรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จโตยเร็ว

2. เมื่อพนักงานของสำนักงาน กกต. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลเพียงพอที่จะสั่งรับไว้ดำเนินการต่อไปได้ ให้เสนอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ถ้านายทะเบียนพรรคการเมืองเห็นพ้องด้วย ให้สั่งไม่รับไว้ตำเนินการ และเสนอ กกต. เพื่อพิจารณาต่อไป
    แต่ถ้านายทะเบียนพิจารณาเห็นว่า มีหลักฐานหรือข้อมูลเพียงพอ ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาดรา 92 ให้นายทะเบียนสั่งรับไว้ดำเนินการ และอาจแต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคล เพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน โดยจะต้องให้ผู้ถูกร้องหรือพรรคการเมือง มีโอกาสรับทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน เมื่อรวบรวมข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ ให้เสนอความเห็นต่อนายทะเบียนโดยเร็ว และให้นายทะเบียนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมเสนอความเห็นต่อ กกต. เพื่อพิจารณา
    ทั้งนี้ ระยะเวลารวบรวมข้อเท็จจริงดังกล่าว จะต้องไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่นายทะเบียนสั่งรับไว้ดำเนินการ หากไม่เสร็จ ให้รายงานพร้อมเหตุผลความจำเป็นต่อนายทะเบียน เพื่อขออนุมัติขยายระยะเวลาออกไปอีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 30 วัน 
    หากยังดำเนินการไม่เสร็จอีก ให้บุคคลหรือคณะบุคคลรายงานเหตุผลพร้อมความจำเป็นในการขออนุมัติขยายระยะเวลาต่อ กกต. โตยให้ขอขยายระยะเวลาก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานไม่น้อยกว่า 3 วัน ในระหว่างที่ กกต. ยังไม่ได้อนุมัติขยายระยะเวลา ให้ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อไป

3. ความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง
    - กรณีเห็นว่า มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองได้กระทำการตามมาตรา 92 ดังกล่าว หาก กกต. เห็นชอบด้วย ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น
    - กรณีเห็นว่า ไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการตามมาตรา 92 หาก กกต. เห็นชอบด้วย ให้ กกต. ยกคำร้อง และแจ้งให้ผู้ร้องทราบ 

4. สำหรับเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ (ก่อนวันที่ 29 มกราคม 2564) ให้ดำเนินการตามมติ กกต. ต่อไป จนกว่าจะแล้วเสร็จ

5. กรณีใดที่ไม่ได้กำหนดไว้หรือมีเหตุจำเป็น กกต. อาจกำหนด ยกเว้น หรือผ่อนผันการปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้

#นักเรียนกฎหมาย
28 มกราคม 2564

ความคิดเห็น