ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การบูรณาการเพื่อพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม


ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบูรณาการเพื่อพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม พ.ศ. 2563 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1.หลักการ ระเบียบฯ ฉบับนี้ มีหลักการสำคัญเพื่อให้การพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม เป็นไปอย่างบูรณาการ มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนตามแนวทางการพัฒนาประเทศ การกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ การพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม มีความครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและบูรณาการ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายรัฐบาล และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน อันจะส่งผลให้การพัฒนาประเทศบรรลุตามวิสัยทัศน์ ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

2.วัตถุประสงค์ การบูรณาการเพื่อพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม ต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการใดๆ ที่จะให้เกิดความร่วมมือกันของภาคส่วนต่างๆ อันจะเป็นการลดหรือแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมกันจากสถานะ สิทธิ โอกาส และการเข้าถึงด้านต่างๆ ไม่ว่าด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากร สิ่งแวดล้อม กระบวนการยุติธรรม และด้านอื่นใดที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในสังคม เพื่อให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างยั่งยืนและสมดุล

3.กลไกสำคัญ ระเบียบฯ ดังกล่าว กำหนดให้มี "คณะกรรมการบูรณาการเพื่อพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม" หรือ "กบสท." เพื่อดำเนินการและอำนวยการ ให้เกิดการบูรณาการ เพื่อพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายรัฐบาล โดยคำนึงถึงแผนอื่นๆ ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ รวมทั้งให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้

    1) วางแนวทางและวิธีการดำเนินการระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกัน ในการกำหนดแผนงาน โครงการ และการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม
    กบสท. ต้องเสนอแนวทางและวิธีการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ให้ความร่วมมือ และสนับสนุน ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในแนวทางและวิธีการดำเนินการดังกล่าว

    2) ส่งเสริม สนับสนุน และประสานการดำเนินงานตามภารกิจ แผนงาน หรือโครงการของหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม

    3) พิจารณากำหนดแผนงานหรือโครงการ เกี่ยวกับการพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคมที่จำเป็น เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายรัฐบาล

    กบสท. ต้องเสนอแผนงานหรือโครงการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแล้ว หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ให้ความร่วมมือ และสนับสนุน ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในแผนงานหรือโครงการดังกล่าว

    4) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในการกำหนดแผนงาน โครงการ และงบประมาณ เพื่อให้สอดคล้องและต่อเนื่องกันในการพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม

    5) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการจัดทำ แก้ไขเพิ่มเติม หรือปรับปรุงกฎหมาย กฎ และมาตรการต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม

    6) ติดตามและประเมินผลการดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการ และข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม

    7) ปฏิบัติการอื่นใด เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้ หรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

4. หน่วยธุรการและอำนวยการ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะทำหน้าที่เลขานุการของ กบสท. รับผิดชอบในงานธุรการและอำนวยการในการปฏิบัติหน้าที่ของ กบสท. และปฏิบัติการอื่นใดตามที่ กบสท. มอบหมาย รวมทั้งดำเนินการในเรื่องต่อไปนี้

    1) ศึกษาวิจัย พัฒนาองค์ความรู้ จัดทำและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ กบสท. และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

    2) เสนอแนะต่อ กบสท. ในการกำหนดแนวทางและวิธีการดำเนินงาน รวมทั้งแนวทางการขับเคลื่อน และแผนงานหรือโครงการในการพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม

    3) รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอ จากหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจของ กบสท.

5. มาตรการสำคัญ หน่วยงานของรัฐ จะต้องให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของ กบสท. และการดำเนินงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามระเบียบนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม

ที่มา ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบูรณาการเพื่อพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม พ.ศ. 2563 (คลิกดาวน์โหลดไฟล์)
#นักเรียนกฎหมาย
8 พฤษภาคม 2564

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ข้อ 1 นาย เอ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของเทศบาลบี ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเก็บขยะมูลฝอยด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของนาย ซี ทำให้รถยนต์ของนาย ซี เสียหาย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ ถูกต้อง ก. นาย เอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข. การกระทำของนาย เอ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการสาธารณะเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ค.  เทศบาลบี เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ นาย เอ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ ง.   นายซี มีอำนาจฟ้องเทศบาลบี ต่อศาลปกครอง ข้อ 2 การกำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องออกเป็นกฎหมายใด ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา ค. พระราชกำหนด ง. กฎกระทรวง ข้อ 3 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การกระทำโดยจงใจ คือ รู้สำนึกถึงการกระทำว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ข. การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ ไม่มีเจตนา แต่พึงคาดหมายได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และหากใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ก็อาจป้องกันมิให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

***ปล. ในเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หากมีโอกาสผมจะเพิ่มเติมแนวข้อสอบในโพสต์นี้นะครับ*** ข้อ 1. ส่วนราชการต่างๆ จะต้องจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด    ก. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ    ข. เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ    ค. เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน    ง. เพื่อปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ข้อ 2. ในวาระเริ่มแรก แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการมีระยะเวลากี่ปี ตามกฎหมายใหม่    ก. 2 ปี    ข. 3 ปี    ค. 5 ปี    ง. 6 ปี ข้อ 3. แผนปฏิบัติราชการตามข้อ 2. มีห้วงระยะเวลาตามข้อใด    ก. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    ข. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    ค.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567    ง.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อ 4. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นความหมายต

โครงสร้างรัฐธรรมนูญ'60

การศึกษาโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายอื่นๆ มีความสำคัญมาก ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกฎหมายนั้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาบทบัญญัติต่างๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน (2560) มีบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอีก 18 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป  (มาตรา 1-5) หมวด 2 พระมหากษัตริย์  (มาตรา 6-24)   หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 25-49) หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 50) หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  (มาตรา 51-63) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  (มาตรา 64-78) หมวด 7 รัฐสภา  (มาตรา 79-157)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  79-82)     ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร  (มาตรา  83-106)     ส่วนที่ 3 วุฒิสภา  (มาตรา  107-113)     ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง  (มาตรา  114-155)     ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา   (มาตรา  156-157)  หมวด 8 คณะรัฐมนตรี  (มาตรา 158-183)  หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์  (มาตรา 184-187)  หมวด 10 ศาล  (มาตรา 188-199)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  188-