แนวข้อสอบ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558


ข้อ 1 เงินค่าธรรมเนียมที่ศูนย์รับคำขออนุญาตได้รับไว้ จะต้องดำเนินการตามข้อใด
ก. นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในนามศูนย์รับคำขออนุญาต
ข. นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในนามกระทรวงการคลัง
ค. นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในนามสำนักนายกรัฐมนตรี
ง. นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในนามหน่วยงานของผู้อนุญาต

ข้อ 2 กิจการหรือหน่วยงานที่ไม่อยู่ในบังคับพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ยกเว้นข้อใด
ก. การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการวางทรัพย์
ข. การดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ค. การอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ง. การดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

ข้อ 3 ผู้อนุญาตมีหน้าที่พิจารณากฎหมายว่าสมควรปรับปรุงกฎหมายที่ให้อำนาจอนุญาต ตามกำหนดเวลาข้อใด
ก. ทุก 2 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ข. ทุก 4 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ค. ทุก 6 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ง. กรณีจำเป็นจะพิจารณาก่อนระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดก็ได้

ข้อ 4 ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบและสั่งการ กรณีมีผู้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ หรือเสียหายจากการประกอบกิจการของผู้ได้รับอนุญาต
ก. ผู้อนุญาต
ข. พนักงานเจ้าหน้าที่
ค. ผู้รักษาการ
ง. ก.พ.ร.

ข้อ 5 กรณีสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาไม่เห็นชอบด้วยร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต ต้องมีมติทักท้าวงตามกำหนดเวลาในข้อใด
ก. 7 วัน
ข. 15 วัน
ค. 30 วัน
ง. 60 วัน

ข้อ 6 ผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคำขออนุญาตและรายการเอกสารหรือหลักฐานให้ถูกต้องครบถ้วน
ก. พนักงานเจ้าหน้าที่
ข. เจ้าหน้าที่
ค. ผู้อนุญาต
ง. ศูนย์บริการร่วมของส่วนราชการ

ข้อ 7 ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับศูนย์รับคำขออนุญาต
ก. ส่วนราชการจัดตั้งเพื่อรับคำขอและชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการอนุญาตต่างๆ
ข. คณะรัฐมนตรีมีมติจัดตั้งเพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
ค. จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา
ง. มีฐานะเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

ข้อ 8 หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อประกอบการพิจารณายกเลิกการอนุญาตหรือจัดให้มีมาตรการอื่นแทนการอนุญาต
ก. คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
ข. สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา
ค. คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย
ง. สำนักนายกรัฐมนตรี

ข้อ 9 ข้อใดไม่ถูกต้อง กรณีผู้ยื่นคำขออนุญาตไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมในการยื่นคำขอครั้งแรก
ก. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องคืนคำขอพร้อมแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืนคำขอ
ข. ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งคืนคำขอ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
ค. ผู้ยื่นคำขอมีสิทธิยื่นคำขอใหม่ได้
ง. พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องบันทึกรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องยื่นเพิ่มเติม

ข้อ 10 ข้อใดไม่ถูกต้อง กรณีที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบหรือข้อบังคับออกใช้บังคับ และมีผลให้ต้องเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข หรือรายละเอียดอื่นที่ปรากฏในคู่มือสำหรับประชาชน
ก. คู่มือสำหรับประชาชนทั้งฉบับถูกยกเลิกโดยผลของกฎหมาย
ข. โดยหลักทั่วไป ไม่ใช้บังคับกับคำขอที่ยื่นไว้แล้วโดยชอบก่อนวันที่กฎหมาย กฎ ระเบียบหรือข้อบังคับมีผลใช้บังคับ
ค. กรณีกฎหมายที่ใช้ออกบังคับ มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่เป็นผลร้ายต่อผู้ยื่นคำขอ ก็สามารถใช้บังคับได้เมื่อได้บัญญัติไว้
ง. กรณีกฎ ระเบียบหรือข้อบังคับที่ออกใช้บังคับ มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ยื่นคำขอ สามารถใช้บังคับได้

เฉลย
ข้อ 1 ตอบ ง. มาตรา 15 (2) กำหนดให้บรรดาเงินค่าธรรมเนียมหรือเงินอื่นใดที่ศูนย์รับคำขออนุญาตได้รับไว้ ให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในนามหน่วยงานของผู้อนุญาต หรือส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี และแจ้งให้หน่วยงานของผู้อนุญาตทราบ
ข้อ 2 ตอบ ข. เนื่องจากข้อ ก. ค. และ ง. เป็นกิจการที่บัญญัติไว้ในมาตรา 5 ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายนี้
ข้อ 3 ตอบ ง. มาตรา 6 วรรคหนึ่ง โดยทั่วไปต้องพิจารณาทุก 5 ปี นับแต่วันที่กฎหมายนี้ใช้บังคับ แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นจะพิจารณาปรับปรุงหรือจัดให้มีมาตรการอื่นแทนก่อนกำหนดเวลา 5 ปี ก็ได้
ข้อ 4 ตอบ ข. มาตรา 13 วรรคสอง บัญญัติว่า เมื่อมีผู้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ หรือเสียหายจากการประกอบกิจการหรือการดำเนินกิจการของผู้ได้รับอนุญาต ไม่ว่าความจะปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เองหรือมีผู้ร้องเรียน ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะดำเนินการตรวจสอบและสั่งการตามอำนาจหน้าที่โดยเร็ว
ข้อ 5 ตอบ ค. มาตรา 12 วรรคสาม บัญญัติว่า ก่อนตราพระราชกฤษฎีกา ให้คณะรัฐมนตรีส่งร่างพระราชกฤษฎีกาให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว หากสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภามิได้มีมติทักท้วง ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงตราพระราชกฤษฎีกาต่อไป
ข้อ 6 ตอบ ก. มาตรา 8 วรรคหนึ่ง กำหนดให้เป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ในการรับคำขอ ต้องตรวจสอบคำขอและรายการเอกสารหรือหลักฐานที่ยื่นพร้อมคำขอให้ถูกต้องครบถ้วน
ข้อ 7 ตอบ ก. มาตรา 7 วรรคสี่ กำหนดให้ส่วนราชการจัดให้มีศูนย์บริการร่วมเพื่อรับคำขอและชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการอนุญาตต่างๆ ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตไว้ ณ ที่เดียวกัน ตามแนวทางที่ ก.พ.ร. กำหนด ซึ่งไม่เกี่ยวกับศูนย์รับคำขออนุญาตตามที่โจทย์ถาม
ข้อ 8 ตอบ ค. มาตรา 6 วรรคสอง บัญญัติให้ ผู้อนุญาตเสนอผลการพิจารณากฎหมายว่าสมควรปรับปรุงกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณายกเลิกการอนุญาตหรือจัดให้มีมาตรการอื่นแทนการอนุญาต โดยให้คณะรัฐมนตรีรับฟังความเห็นของคณะกรรมการพัฒนากฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบการพิจารณาด้วย
ข้อ 9 ตอบ ง. มาตรา 9 บัญญัติว่า ในกรณีผู้ยื่นคำขอไม่แก้ไขเพิ่มเติมคำขอ หรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่คืนคำขอพร้อมแจ้งเป็นหนังสือถึงเหตุแห่งการคืน และผู้ยื่นคำขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งคืนคำขอหรือจะยื่นคำขอใหม่ก็ได้ ส่วนตัวเลือกข้อ ง. เป็นขั้นตอนตามมาตรา 8 
ข้อ 10 ตอบ ก. มาตรา 11 โดยหลักทั่วไป หากมีกฎหมายฯ ใหม่ใช้บังคับและมีผลเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ตามคู่มือสำหรับประชาชน ไม่ให้ใช้บังคับกับคำขอที่ยื่นไว้แล้วโดยชอบก่อนวันที่กฎหมายนั้นใช้บังคับ เว้นแต่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ส่วนกฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับจะใช้ได้ต่อเมื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ยื่นคำขอ
#นักเรียนกฎหมาย
 3 พฤศจิกายน 2563

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 (30 ข้อ)

สาระสำคัญ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 (ฉบับเตรียมสอบ)

การส่งเด็กเข้าเรียนตามกฎหมาย

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ชุดที่ 1)

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 (55 ข้อ)

แนวข้อสอบ ระเบียบฯ พนักงานราชการ

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

แนวข้อสอบ ระเบียบฯ สารบรรณ (ชุดที่ 3)

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 (20 ข้อ)