ข้าราชการครูไปให้การและสืบพยานในฐานะจำเลย ต้องลากิจ ไม่ถือเป็นการไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ


การที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลยุติธรรม แม้ว่ากรณีเป็นการฟ้องคดีอันสืบเนื่องจากการกระทำในขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูก็ตาม แต่เมื่อเป็นการฟ้องคดีอาญาในความผิดฐานร่วมกันยักยอก ร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ซึ่งเป็นการดำเนินคดีส่วนตัว

กรณีดังกล่าวจึงไม่ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของทางราชการโดยส่วนรวมโดยตรง และไม่ถือว่าเป็นการไปปฏิบัติหน้าที่ราชการตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปศาลที่ให้ถือว่าเป็นการไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2526 ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0201/ว 56 ลงวันที่ 18 เมษายน 2626 ซึ่งกำหนดไว้เฉพาะกรณีเดินทางไปศาลเพื่อเป็นพยานตามหมายเรียกศาล กรณีที่ส่วนราชการหรือพนักงานอัยการเป็นโจทก์หรือจำเลย และได้อ้างข้าราชการเป็นพยาน 

ดังนั้น เมื่อศาลมีหมายเรียกให้จำเลยไปให้การแก้ข้อกล่าวหาต่อศาล ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจำต้องลากิจส่วนตัวต่อผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุมัติ ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ประกอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555

ที่มา มติ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ที่ทำการแทน ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 5/2558 เมื่อวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2558

ความคิดเห็น