เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการที่ตรวจสอบและพิจารณาความเหมาะสมของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารของมหาวิทยาลัย (คำวินิจฉัยที่ สค 369/2567)
ผู้อุทธรณ์เคยมีคำขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับรายชื่อคณะกรรมการที่ตรวจสอบและพิจารณาความเหมาะสมของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารของมหาวิทยาลัย แต่มหาวิทยาลัยปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยให้เหตุผลว่า ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคล ซึ่งปรากฏชื่อของเจ้าของข้อมูล ย่อมทำให้รู้ตัวผู้นั้นได้ จึงเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ซึ่งมาตรา 24 กำหนดมิให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นหรือผู้อื่นโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือในขณะนั้น และการที่นายพิสูจน์ขอข้อมูลข่าวสารดังกล่าว มิใช่กรณีตามข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนดให้เปิดเผยได้ ผู้อุทธรณ์จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย วินิจฉัยว่าข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งต้องห้ามมิให้เปิดเผยแก่บุคคลอื่นโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลนั้น ต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดาในฐานะปัจเจกบุคคล ส่วนกรณีชื่อ ชื่อสกุลของผู้ที่ตรวจสอบและพิจารณาความเหมาะสมของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารของมหาวิทยาลัย เป็นข้อมูลข่าวสารของบุคคลธรรมดาซึ่งกระทำในฐานะหัวหน้ากองบรรณาธิการวารสารของหน่วยงานของรัฐ จึงมีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 จึงเป็นข้อมูลข่าวสารในการปฏิบัติราชการปกติของหน่วยงานของรัฐ และไม่มีข้อความที่เข้าลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยได้ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงมีคำวินิจฉัยให้มหาวิทยาลัยเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามอุทธรณ์
ดาวน์โหลดไฟล์ คำวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ สค 369/2567
คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย วินิจฉัยว่าข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งต้องห้ามมิให้เปิดเผยแก่บุคคลอื่นโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลนั้น ต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลธรรมดาในฐานะปัจเจกบุคคล ส่วนกรณีชื่อ ชื่อสกุลของผู้ที่ตรวจสอบและพิจารณาความเหมาะสมของบทความวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารของมหาวิทยาลัย เป็นข้อมูลข่าวสารของบุคคลธรรมดาซึ่งกระทำในฐานะหัวหน้ากองบรรณาธิการวารสารของหน่วยงานของรัฐ จึงมีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 จึงเป็นข้อมูลข่าวสารในการปฏิบัติราชการปกติของหน่วยงานของรัฐ และไม่มีข้อความที่เข้าลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยได้ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงมีคำวินิจฉัยให้มหาวิทยาลัยเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามอุทธรณ์
ดาวน์โหลดไฟล์ คำวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ สค 369/2567
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น