รวมพระราชกฤษฎีกา กำหนดหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

          พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ได้ให้นิยามความหมายของคำว่า "หน่วยงานของรัฐ" ที่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติฉบับนี้ไว้ ว่าหมายถึง กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา รวมถึงหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย



          ผู้เขียนจึงได้รวบรวมหน่วยงานของรัฐต่างๆ ซึ่งมีพระราชกฤษฎีกาได้กำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ (***อัพเดตเพิ่มเติมล่าสุด พฤศจิกายน 2562) ได้แก่
          1. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
          2. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
          3. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
          4. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
          5. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
          6. องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกษา
          7. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
          8. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
          9. สถาบันพระปกเกล้า
          10. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
          11. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
          12. สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
          13. สำนักงานศาลปกครอง
          14. สำนักงานศาลยุติธรรม
          15. สำนักงานปฏิรูปการศึกษา (องค์การมหาชน)
          16. สำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (องค์การมหาชน)
          17. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
          18. โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (องค์การมหาชน)
          19. โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน)
          20. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
          21. สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
          22. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
          23. กองทุนบำเห็นบำนาญข้าราชการ
          24. สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ
          25. แพทยสภา
          26. บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
          27. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
          28. สภาเภสัชกรรม
          29. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ
          30. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
          31. ทันตแพทยสภา
          32. สภาการพยาบาล
          33. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
          34. สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
          34/1. องค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน
          34/2. มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐซึ่งไม่เป็นส่วนราชการและอยู่ในกำกับของรัฐ
          35. สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
          36. สำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า
          37. คุรุสภา
          38. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
          39. ธนาคารแห่งประเทศไทย
          40. สภาวิศวกร
          41. กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
          42. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
          43. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
          44. สภากายภาพบำบัด
          45. สภาสถาปนิก
          46. สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
          47. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ
          48. สำนักงานอัยการสูงสุด
          49. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
          50. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
          51. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
          52. สภาเทคนิคการแพทย์
          53. กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ
          54. สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
          55. กองทุนประกันชีวิต
          56. กองทุนประกันวินาศภัย
          57. สภาวิชาชีพบัญชี
          58. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
          59. สัตวแพทยสภา
          60. กองทุนการออมแห่งชาติ
          61. กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
          62. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
          63. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
          64. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ข้อสังเกตของผู้เขียน
          1. ในช่วงแรก การกำหนดให้ องค์การมหาชน และ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จะกำหนดเป็นกรณีๆ ไป ต่อมาในปี พ.ศ. 2548 ได้ตราพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 10 กำหนดให้ องค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนทั้งหมด และ มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐซึ่งไม่เป็นส่วนราชการและอยู่ในกำกับของรัฐ เป็นหน่วยงานของรัฐ โดยไม่ต้องกำหนดเป็นรายกรณีอีกต่อไป
          2. การตราพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 14 พ.ศ. 2551 เกิดข้อผิดพลาดขึ้น โดยกำหนดให้ สภาวิศวกร อยู่ในลำดับที่ 39 ซึ่งเป็นของธนาคารแห่งประเทศไทย หลังจากนั้นพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 15 พ.ศ. 2551 กำหนดหน่วยงานของรัฐขึ้นอีก 2 แห่ง ในลำดับที่ 40 และ 41 ทำให้ลำดับที่ 39, 40 และ 41 มีความคลาดเคลื่อนตามกันไปอาจเป็นเพราะมีการออกพระราชกฤษฎีกาหลายฉบับจึงเกิดความสับสนและมิได้ตรวจสอบให้ดี ต่อมาพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 16 พ.ศ. 2552 จึงให้ยกเลิกลำดับที่ซ้ำซ้อนกัน และกำหนดให้สภาวิศวกรอยู่ในลำดับที่ 40 ส่วนหน่วยงานของรัฐในลำดับที่ 40 และ 41 ขยับเป็นลำดับที่ 41 และ 42 ตามลำดับ พร้อมกำหนดหน่วยงานของรัฐขึ้นอีก 2 หน่วยงาน ในลำดับที่ 43-44

นักเรียนกฎหมาย
29 สิงหาคม 2561



อ้างอิง/คลิกดาวน์โหลดไฟล์

ลำดับ 7-8 ตาม
พระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542

























ลำดับ 58 ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2559

ลำดับ 59-60 ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2561

ลำดับ 61-64 ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2562



ความคิดเห็น