ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หลักเกณฑ์การขนส่งสัตว์ นำสัตว์ไปใช้งาน หรือใช้ในการแสดง


   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขนส่งสัตว์ หรือการนำสัตว์ไปใช้งานหรือใช้ในการแสดง พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136/ตอนพิเศษ 289 ง/หน้า 30/25 พฤศจิกายน 2562 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญดังนี้

การขนส่งสัตว์ คือ การเคลื่อนย้ายสัตว์จากสถานที่ต้นทาง ไปยังสถานที่ปลายทาง ไม่ว่าจะเพื่อวัตถุประสงค์ใด

การขนส่งสัตว์ หรือการนำสัตว์ไปใช้งานหรือใช้ในการแสดง เจ้าของสัตว์หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องจัดสวัสดิภาพ ดังนี้
   1. ต้องวางแผนเส้นทางและระยะเวลาในการเดินทางให้มีความเหมาะสม
   2. สัตว์ต้องมีสภาพที่พร้อมเดินทาง ไม่มีอาการป่วยหรือบาดเจ็บ เว้นแต่มีเหตุอันสมควร
   3. พาหนะขนส่งต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับชนิดสัตว์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตามความจำเป็น แล้วแต่ชนิดสัตว์และประเภทพาหนะขนส่ง 
       ทั้งนี้ พาหนะขนส่งและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และมีการบำรุงรักษา
   4. ไม่ทำให้สัตว์เกิดความหวาดกลัว บาดเจ็บหรือทุกข์ทรมาน ทั้งก่อนการเดินทาง ระหว่างการเดินทาง และสิ้นสุดการเดินทาง 
       รวมทั้งจัดให้สัตว์ได้รับอาหารและน้ำในปริมาณและคุณภาพตามความจำเป็นและเหมาะสมขึ้นอยู่กับระยะทาง ชนิดสัตว์ และวัตถุประสงค์ในการขนส่ง
   5. กรณีที่ต้องใช้ภาชนะหรือกรงเพื่อบรรจุสัตว์ในขณะที่มีการขนส่ง ภาชนะหรือกรงนั้นต้องมีความเหมาะสมกับชนิด ลักษณะ สภาพ และอายุของสัตว์ มีความปลอดภัย ปราศจากวัสดุหรือสิ่งแหลมคมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์ มีอากาศถ่ายเท อุณหภูมิเหมาะสม มีพื้นที่และความสูงเพียงพอให้สัตว์นั่งหรือยืนอย่างสบาย
   6. กรณีที่จำเป็นต้องวางยาสลบแก่สัตว์ในการขนส่ง ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการสัตวแพทย์
   7. การขนส่งสัตว์ไปใช้งานหรือใช้ในการแสดง ต้องมีผู้ควบคุมที่มีความรู้และประสบการณ์หรือความชำนาญในการควบคุมสัตว์ชนิดนั้นหรือที่เกี่ยวข้อง
   8. ปฏิบัติตามที่อธิบดีกรมปศุสัตว์ประกาศกำหนดตามวัตถุประสงค์ ชนิด ลักษณะ สภาพและอายุสัตว์

คลิกดาวน์โหลดประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขนส่งสัตว์ หรือการนำสัตว์ไปใช้งานหรือใช้ในการแสดง พ.ศ. 2562

#นักเรียนกฎหมาย
25 พฤศจิกายน 2562

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ข้อ 1 นาย เอ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของเทศบาลบี ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเก็บขยะมูลฝอยด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของนาย ซี ทำให้รถยนต์ของนาย ซี เสียหาย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ ถูกต้อง ก. นาย เอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข. การกระทำของนาย เอ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการสาธารณะเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ค.  เทศบาลบี เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ นาย เอ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ ง.   นายซี มีอำนาจฟ้องเทศบาลบี ต่อศาลปกครอง ข้อ 2 การกำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องออกเป็นกฎหมายใด ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา ค. พระราชกำหนด ง. กฎกระทรวง ข้อ 3 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การกระทำโดยจงใจ คือ รู้สำนึกถึงการกระทำว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ข. การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ ไม่มีเจตนา แต่พึงคาดหมายได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และหากใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ก็อาจป้องกันมิให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

***ปล. ในเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หากมีโอกาสผมจะเพิ่มเติมแนวข้อสอบในโพสต์นี้นะครับ*** ข้อ 1. ส่วนราชการต่างๆ จะต้องจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด    ก. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ    ข. เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ    ค. เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน    ง. เพื่อปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ข้อ 2. ในวาระเริ่มแรก แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการมีระยะเวลากี่ปี ตามกฎหมายใหม่    ก. 2 ปี    ข. 3 ปี    ค. 5 ปี    ง. 6 ปี ข้อ 3. แผนปฏิบัติราชการตามข้อ 2. มีห้วงระยะเวลาตามข้อใด    ก. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    ข. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    ค.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567    ง.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อ 4. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นความหมายต

โครงสร้างรัฐธรรมนูญ'60

การศึกษาโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายอื่นๆ มีความสำคัญมาก ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกฎหมายนั้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาบทบัญญัติต่างๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน (2560) มีบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอีก 18 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป  (มาตรา 1-5) หมวด 2 พระมหากษัตริย์  (มาตรา 6-24)   หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 25-49) หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 50) หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  (มาตรา 51-63) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  (มาตรา 64-78) หมวด 7 รัฐสภา  (มาตรา 79-157)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  79-82)     ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร  (มาตรา  83-106)     ส่วนที่ 3 วุฒิสภา  (มาตรา  107-113)     ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง  (มาตรา  114-155)     ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา   (มาตรา  156-157)  หมวด 8 คณะรัฐมนตรี  (มาตรา 158-183)  หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์  (มาตรา 184-187)  หมวด 10 ศาล  (มาตรา 188-199)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  188-