ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.จดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514


ข้อ 1 ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนที่จงใจจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเครื่องจักรอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษในข้อใด 
ก. ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
ข. ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ค. ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ง. จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อ 2 ระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรเป็นไปตามข้อใด
ก. ภายใน 15 วัน
ข. ภายใน 30 วัน
ค. ภายใน 60 วัน
ง. ภายใน 90 วัน

ข้อ 3 ผู้ใดมีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งในข้อ 2 ข้างต้น
ก. นายทะเบียนเครื่องจักรกลาง หรือนายทะเบียนเครื่องจักรประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี
ข. พนักงานเจ้าหน้าที่
ค. อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ข้อ 4 ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. เครื่องจักรที่จดทะเบียนกรรมสิทธิ์แล้ว ถือว่าเป็นสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้
ข. การจดทะเบียนเครื่องจักรต้องยื่นคำขอต่อนายทะเบียน
ค. เครื่องจักรทุกชนิดสามารถจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ได้ตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนเครื่องจักร พ.ศ. 2514
ง. เครื่องจักรที่จะจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักรต้องผ่านการตรวจสอบเสียก่อน

ข้อ 5 อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชน
ก. ฉบับละ 100 บาท
ข. ฉบับละ 500 บาท
ค. ฉบับละ 1,000 บาท
ง. ฉบับละ 12,000 บาท

ข้อ 6 ข้อใดมิใช่เหตุผลในการสั่งเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักร
ก. ผู้มีส่วนได้เสียไม่คัดค้านภายในกำหนดเวลา
ข. สำคัญผิดในสาระสำคัญ
ค. เอกสารประกอบการพิจารณาไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง
ง. ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญได้เปลี่ยนแปลงไป

ข้อ 7 กรณีรัฐมนตรีไม่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรภายในเวลาที่กำหนด จะมีผลตามข้อใด
ก. ไม่มีผลใด เป็นเพียงระยะเวลาเร่งรัดในการพิจารณาอุทธรณ์เท่านั้น
ข. ผู้อุทธรณ์มีสิทธินำคดีขึ้นสู่ศาล
ค. กฎหมายให้ถือว่าอุทธรณ์ฟังขึ้น
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

ข้อ 8 ระยะเวลาคัดค้านก่อนนายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน
ก. ภายใน 7 วัน
ข. ภายใน 15 วัน
ค. ภายใน 30 วัน
ง. ภายใน 60 วัน

ข้อ 9 ใบอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชนแบ่งออกเป็นกี่ระดับ
ก. 2 ระดับ
ข. 3 ระดับ
ค. 4 ระดับ
ง. ไม่มีการแบ่งระดับ

ข้อ 10 กรณีเครื่องจักรซึ่งได้จดทะเบียนจำนองสูญหาย ผู้ใดมีหน้าที่แจ้งข้อมูลให้ผู้รับจำนองทราบ
ก. นายทะเบียน
ข. เจ้าของ
ค. ผู้มีส่วนได้เสีย
ง. ผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชน

เฉลย
ข้อ 1 ตอบ ง. ดูมาตรา 14/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อ 2 ตอบ ค. ดูมาตรา 9 ทวิ อุทธรณ์คำสั่งไม่รับจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เครื่องจักร ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลคำสั่งไม่รับจดทะเบียน
ข้อ 3 ตอบ ง. ดูมาตรา 9 จัตวา , มาตรา 17 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีอำนาจหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์
ข้อ 4 ตอบ ค. ดูมาตรา 4 เครื่องจักรที่จะจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ได้ ต้องเป็นประเภทที่กฎกระทรวงกำหนด
ข้อ 5 ตอบ ค. ฉบับละ 1,000 บาท ตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจดทะเบียนเครืองจักร พ.ศ. 2560
ข้อ 6 ตอบ ก. ดูมาตรา 9 ตรี วรรคหนึ่ง สาเหตุที่นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องจักรมี 3 ประการ คือ สำคัญผิดในสาระสำคัญ เอกสารไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง และข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญได้เปลี่ยนแปลงไป
ข้อ 7 ตอบ ค. ดูมาตรา 9 จัตวา หากรัฐมนตรีไม่มีคำวินิจฉัยภายในกำหนดเวลา ให้ถือว่าอุทธรณ์ฟังขึ้น
ข้อ 8 ตอบ ง. ดูมาตรา 9 ตรี วรรคสอง ต้องคัดค้านภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียน มิฉะนั้นให้ถือว่าไม่มีการคัดค้าน
ข้อ 9 ตอบ ข. มี 3 ระดับ ตามกฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบเครื่องจักรเอกชน พ.ศ. 2560
ข้อ 10 ตอบ ก. ดูมาตรา 13 ทวิ นายทะเบียนมีหน้าที่แจ้งให้ผู้รับจำนองทราบถึงการสูญหาย
#นักเรียนกฎหมาย
 25 สิงหาคม 2563

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ข้อ 1 นาย เอ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของเทศบาลบี ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเก็บขยะมูลฝอยด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของนาย ซี ทำให้รถยนต์ของนาย ซี เสียหาย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ ถูกต้อง ก. นาย เอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข. การกระทำของนาย เอ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการสาธารณะเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ค.  เทศบาลบี เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ นาย เอ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ ง.   นายซี มีอำนาจฟ้องเทศบาลบี ต่อศาลปกครอง ข้อ 2 การกำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องออกเป็นกฎหมายใด ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา ค. พระราชกำหนด ง. กฎกระทรวง ข้อ 3 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การกระทำโดยจงใจ คือ รู้สำนึกถึงการกระทำว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ข. การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ ไม่มีเจตนา แต่พึงคาดหมายได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และหากใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ก็อาจป้องกันมิให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

***ปล. ในเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หากมีโอกาสผมจะเพิ่มเติมแนวข้อสอบในโพสต์นี้นะครับ*** ข้อ 1. ส่วนราชการต่างๆ จะต้องจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด    ก. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ    ข. เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ    ค. เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน    ง. เพื่อปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ข้อ 2. ในวาระเริ่มแรก แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการมีระยะเวลากี่ปี ตามกฎหมายใหม่    ก. 2 ปี    ข. 3 ปี    ค. 5 ปี    ง. 6 ปี ข้อ 3. แผนปฏิบัติราชการตามข้อ 2. มีห้วงระยะเวลาตามข้อใด    ก. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    ข. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    ค.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567    ง.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อ 4. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นความหมายต

โครงสร้างรัฐธรรมนูญ'60

การศึกษาโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายอื่นๆ มีความสำคัญมาก ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกฎหมายนั้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาบทบัญญัติต่างๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน (2560) มีบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอีก 18 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป  (มาตรา 1-5) หมวด 2 พระมหากษัตริย์  (มาตรา 6-24)   หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 25-49) หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 50) หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  (มาตรา 51-63) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  (มาตรา 64-78) หมวด 7 รัฐสภา  (มาตรา 79-157)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  79-82)     ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร  (มาตรา  83-106)     ส่วนที่ 3 วุฒิสภา  (มาตรา  107-113)     ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง  (มาตรา  114-155)     ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา   (มาตรา  156-157)  หมวด 8 คณะรัฐมนตรี  (มาตรา 158-183)  หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์  (มาตรา 184-187)  หมวด 10 ศาล  (มาตรา 188-199)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  188-