"ผู้มีส่วนได้เสีย" ในสัญญาจ้างของสมาชิกสภาท้องถิ่น (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.526/2556)


การพิจารณาว่า สมาชิกสภาท้องถิ่นเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในสัญญาจ้างที่หน่วยงานเป็นคู่สัญญาหรือไม่ ศาลปกครองสูงสุดวางหลักในการพิจารณาดังกล่าว ว่าจะต้องพิจารณาในหลายประเด็นประกอบกัน จะพิจารณาเพียงว่าเป็นคู่สัญญาหรือไม่เท่านั้นมิได้ ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.526/2556 

ความเป็นมาของคดีสืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2551 ผู้ฟ้องคดีเข้าทำสัญญากับเทศบาล รับจ้างก่อสร้างปรับปรุงเสริมผิวจราจรลาดยาง และวางเงินหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา จำนวน 16,750 บาท ซึ่งตามสัญญากำหนดให้ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องไว้เป็นเวลา 2 ปี นับถัดจากวันที่มีการตรวจรับงาน

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2551 ผู้ฟ้องคดีได้ดำเนินงานเสร็จสมบูรณ์และส่งมอบงานแก่เทศบาล แต่ยังคงต้องผูกพันตามสัญญาในความชำรุดบกพร่องเป็นเวลา 2 ปี นับถัดจากวันที่มีการตรวจรับงาน (เมื่อไม่ปรากฏว่ามีการตรวจรับงานวันใด และหากมีการตรวจรับเงินวันที่ส่งมอบงานนั้นเอง ผู้ฟ้องคดีจำต้องผูกพันในความชำรุดบกพร่อง จนถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2553)

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2551 ผู้ฟ้องคดีได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล 

ไม่ปรากฏว่ามีการโต้แย้งหรือมีข้อพิพาทใดๆ อันเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญาจ้าง ความผูกพันของผู้ฟ้องคดีกับเทศบาล มีเพียงสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเกี่ยวกับความรับผิดในความชำรุดบกพร่องเท่านั้น หากมีการชำรุดเกิดขึ้นจริง เทศบาลสามารถใช้สิทธิเรียกร้องตามสัญญาและตามกฎหมายเอาแก่ผู้ฟ้องคดีได้

เมื่อปรากฏว่า ภายหลังผู้ฟ้องคดีลาออกจากสมาชิกสภาเทศบาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2553 และมีการอนุมัติคืนเงินค้ำประกันสัญญาแก่ผู้ฟ้องคดีในวันที่ 9 กันยายน 2553 อันเป็นเวลาหลังจากพ้นกำหนดเวลาที่ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่อง

ประกอบกับ การดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาล ย่อมไม่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง ที่จะสั่งการอนุมัติหรืออนุญาตเกี่ยวกับราชการของเทศบาล โดยเฉพาะเกี่ยวกับสัญญาจ้างและข้อบกพร่องตามสัญญาจ้างนี้แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ระหว่างผู้ฟ้องดำรงตำแหน่งดังกล่าว ได้มีพฤติการณ์ใดๆ ที่จะแสวงหาประโยชน์ส่วนตนโดยอาศัยโอกาสที่ตนดำรงตำแหน่งดังกล่าว ทั้งจากการที่ผู้ฟ้องคดียังคงมีข้อผูกพันตามสัญญาดังกล่าวและกรณีอื่นใด

จึงไม่อาจถือได้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาจ้างดังกล่าว

คำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่วินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาที่ได้ทำกับเทศบาล เป็นการกระทำอันต้องห้าม ตามมาตรา 18 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นชอบแล้ว
#นักเรียนกฎหมาย
2 ธันวาคม 2563

ความคิดเห็น