ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

5 ลักษณะพิเศษของสัญญาประกันภัย


สัญญาประกันภัยทุกประเภท นอกจากจะเป็นเอกเทศสัญญา ที่จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว ยังมีลักษณะพิเศษอีก 5 ประการ คือ

1. เป็นสัญญาต่างตอบแทน 
โดยผู้รับประกันภัยและผู้เอาประกันภัย มีสิทธิและหน้าที่ซึ่งกันและกัน คือ ผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นค่าตอบแทนที่ผู้รับประกันภัยยอมตนเข้ารับเสี่ยงภัยแทน และผู้รับประกันภัยย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้ชำระเบี้ยดังกล่าว และหากเกิดภัยขึ้นตามที่ระบุไว้ในสัญญา ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยชำระค่าสินไหมทดแทนหรือเงินตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ได้ และผู้รับประกันภัยมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ดังกล่าว

2. เป็นสัญญาที่มีผลบังคับไม่แน่นอน 
หากไม่มีวินาศภัยตามที่ตกลงกันไว้ ผู้เอาประกันก็ย่อมไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทน ผลของสัญญาจึงไม่แน่นอน (ส่วนสัญญาประกันชีวิตมีผลบังคับแน่นอน แต่ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าเมื่อไร)

3. เป็นสัญญาที่ต้องการความซื่อสัตย์อย่างยิ่ง
คู่สัญญาต้องซื้อสัตย์สุจริตต่อกัน การนิ่งไม่เปิดเผยความจริง ซึ่งอาจทำให้ผู้รับประกันภัยเรียกเก็บเบี้ยประกันสูงขึ้น หรือไม่ยอมทำสัญญา หรือการแถลงเท็จ ทำให้สัญญาตกเป็นโมฆียะ ตามมาตรา 865 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

4. เป็นสัญญาที่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
เป็นไปตามมาตรา 867 วรรคแรก บัญญัติว่า "อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อของตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่" คือ ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ อาจเป็นเอกสารใด ๆ ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำเป็นรูปแบบสัญญา จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ เช่น ใบเสร็จรับเงินที่แสดงว่าเป็นการรับเบี้ยประกันและมีลายมือชื่อผู้รับประกันภัยหรือตัวแทนของผู้รับประกันภัย

5. เป็นสัญญากรมธรรม์ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานของรัฐ
กฎหมายว่าด้วยประกันวินาศภัย และกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต บัญญัติให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กำหนดหลักเกณฑ์ในการให้ความเห็นชอบแบบและข้อความกรมธรรม์ ให้ความเห็นชอบอัตราเบี้ยประกัน อนุมัติและปรับปรุงอัตราเบี้ยประกัน รวมถึงเอกสารประกอบกรมธรรม์ด้วย และนายทะเบียนจะสั่งให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม หรือยกเลิกแบบหรือข้อความบางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้

ที่มา อาจารย์กนกวรรณ ผลศรัทธา, กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยประกันภัย (มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2564)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ข้อ 1 นาย เอ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของเทศบาลบี ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเก็บขยะมูลฝอยด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของนาย ซี ทำให้รถยนต์ของนาย ซี เสียหาย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ ถูกต้อง ก. นาย เอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข. การกระทำของนาย เอ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการสาธารณะเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ค.  เทศบาลบี เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ นาย เอ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ ง.   นายซี มีอำนาจฟ้องเทศบาลบี ต่อศาลปกครอง ข้อ 2 การกำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องออกเป็นกฎหมายใด ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา ค. พระราชกำหนด ง. กฎกระทรวง ข้อ 3 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การกระทำโดยจงใจ คือ รู้สำนึกถึงการกระทำว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ข. การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ ไม่มีเจตนา แต่พึงคาดหมายได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และหากใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ก็อาจป้องกันมิให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

***ปล. ในเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หากมีโอกาสผมจะเพิ่มเติมแนวข้อสอบในโพสต์นี้นะครับ*** ข้อ 1. ส่วนราชการต่างๆ จะต้องจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด    ก. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ    ข. เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ    ค. เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน    ง. เพื่อปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ข้อ 2. ในวาระเริ่มแรก แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการมีระยะเวลากี่ปี ตามกฎหมายใหม่    ก. 2 ปี    ข. 3 ปี    ค. 5 ปี    ง. 6 ปี ข้อ 3. แผนปฏิบัติราชการตามข้อ 2. มีห้วงระยะเวลาตามข้อใด    ก. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    ข. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    ค.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567    ง.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อ 4. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นความหมายต

โครงสร้างรัฐธรรมนูญ'60

การศึกษาโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายอื่นๆ มีความสำคัญมาก ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกฎหมายนั้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาบทบัญญัติต่างๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน (2560) มีบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอีก 18 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป  (มาตรา 1-5) หมวด 2 พระมหากษัตริย์  (มาตรา 6-24)   หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 25-49) หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 50) หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  (มาตรา 51-63) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  (มาตรา 64-78) หมวด 7 รัฐสภา  (มาตรา 79-157)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  79-82)     ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร  (มาตรา  83-106)     ส่วนที่ 3 วุฒิสภา  (มาตรา  107-113)     ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง  (มาตรา  114-155)     ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา   (มาตรา  156-157)  หมวด 8 คณะรัฐมนตรี  (มาตรา 158-183)  หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์  (มาตรา 184-187)  หมวด 10 ศาล  (มาตรา 188-199)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  188-