ระบายรหัสประจำตัวสอบผิด ยังมีสิทธิได้รับคะแนน (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.479/2558)


คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นข้าราชการครู ได้เข้าสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา ผลการสอบภาค ก. ไม่มีชื่อผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงขอดูผลคะแนนสอบ ทำให้ทราบว่าตนทำข้อสอบวิชาภาคเช้าได้ 62 คะแนน แต่ระบายรหัสประจำตัวสอบผิด ส่วนวิชาภาคบ่ายได้ 67 คะแนน ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่นำคะแนนในวิชาที่ระบายรหัสประจำตัวสอบผิดมารวมกับคะแนนอีกวิชา ทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่มีชื่อเป็นผู้สอบผ่านภาค ก.

ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า แนวปฏิบัติในการตรวจกระดาษคำตอบและประมวลผลการสอบแข่งขันด้วยเครื่องจักร ที่นำมาใช้ขณะเกิดข้อพิพาท เป็นระเบียบภายในเพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจกระดาษคำตอบและประมวลผลการสอบ

แต่การคัดเลือกข้าราชการครู เพื่อดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา เป็นการทดสอบความรู้ความสามารถของผู้เข้ารับการคัดเลือก การกระทำที่จะมีผลถึงขนาดให้การทดสอบความรู้ความสามารถเสียไป ต้องเป็นการกระทำที่กระทบต่อสาระสำคัญของการทดสอบความรู้ความสามารถ เช่น การทุจริตในการสอบ

ดังนั้น การระบายรหัสประจำตัวสอบไม่ตรงกับเลขรหัสประจำตัวสอบ ไม่กระทบต่อสาระสำคัญของการทดสอบความรู้ความสามารถของผู้เข้าสอบ และไม่ปรากฏว่ามีการทุจริตในการสอบและมีผลคะแนนออกมาแล้ว ผู้ถูกฟ้องคดีก็มีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติต่อไปเพียงการประมวลผลคะแนน แม้จะทำให้เกิดความล่าช้าและไม่สะดวกก็ตาม แต่ไม่ได้ทำให้สาระสำคัญในการคัดเลือกเสียไป การนำแนวปฏิบัติดังกล่าวมาตัดสิทธิในคะแนนของผู้ฟ้องคดี จึงขัดต่อเจตนารมณ์ทางกฎหมายของการทดสอบความรู้ความสามารถเพื่อคัดเลือกรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา

ประกอบกับแนวปฏิบัติในการดำเนินการสอบ กำหนดให้กรรมการกำกับห้องสอบมีหน้าที่ตรวจสอบการลงรหัสวิชาและรหัสประจำตัวสอบของผู้เข้าสอบ เพื่อป้องกันการทุจริตในการสอบ กรรมการกำกับห้องสอบจึงมีหน้าที่ต้องตรวจการระบายรหัสประจำตัวสอบก่อนเก็บกระดาษคำตอบ จึงเป็นความผิดพลาดของกรรมการกำกับห้องสอบส่วนหนึ่งด้วย

ดังนั้น ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก. เฉพาะในส่วนที่ไม่ปรากฏชื่อผู้ฟ้องคดี จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ถูกฟ้องคดีจึงต้องนำคะแนนสอบในวิชาที่ระบายรหัสประจำตัวสอบผิดมารวมในบัญชีคะแนน และประกาศรายชื่อผู้ฟ้องคดีเป็นผู้สอบผ่านภาค ก. ให้ถูกต้อง

ที่มา คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.479/2558

ความคิดเห็น