สาระสำคัญ ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน (ฉบับเตรียมสอบ)


1. ที่มาของประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน
  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 76 วรรคสาม บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นหลักในการกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว
  ต่อมาเมื่อพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ใช้บังคับ ได้บัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้น เป็นหลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อใช้เป็นหลักสำคัญในการจัดทำประมวลจริยธรรมของหน่วยงานของรัฐ และให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐ จัดทำประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบ
  คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการ พลเรือน จึงจัดทำประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติตน และรักษา คุณงามความดีที่ข้าราชการต้องยึดถือในการปฏิบัติงาน

2. การใช้บังคับ
  รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ในฐานะประธาน ก.พ. ได้ประกาศใช้ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ซึ่งในประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนกำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
  ต่อมาเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ได้มีการนำประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ด้วยเหตุนี้ ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนจึงใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

3. ข้อพึงปฏิบัติในการรักษาจริยธรรม 7 ประการ
  ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน กำหนดให้ ข้าราชการพลเรือน (รวมทั้งกรรมการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงานอื่น) พึงยึดถือปฏิบัติตนเพื่อรักษาจริยธรรม 7 ประการ ดังนี้
  (1) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ ได้แก่
    - ชาติ (แสดงออกถึงความภูมิใจในชาติ และรักษาผลประโยชน์ของชาติ)
    - ศาสนา (ปฏิบัติตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ เคารพในความแตกต่างของการนับถือศาสนา)
    - พระมหากษัตริย์ (เทิดทูนรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์)
    - การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย)

  (2) ซื่อสัตย์สุจริต
    - ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมายและทำนองคลองธรรม
    - โปร่งใส ตรวจสอบได้
    - ไม่แสดงออกถึงพฤติกรรมที่มีนัยเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
    - รับผิดชอบต่อหน้าที่
    - มีความพร้อมรับการตรวจสอบและรับผิด
    - มีจิตสำนึกที่ดี
    - คำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และเคารพต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

  (3) กล้าตัดสินใจและยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
    - กล้าคัดค้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
    - กล้าเปิดเผยหรือรายงานการทุจริตประพฤติมิชอบต่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ
    - ใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากอคติ
    - ไม่ยอมกระทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมเพียงเพื่อรักษาประโยชน์หรือสถานภาพของตนเอง

  (4) คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว
    - ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
    - เสียสละ มีจิตสาธารณะ
    - สามารถแยกเรื่องส่วนตัวออกจากหน้าที่การงาน
    - ไม่กระทำการอันมีลักษณะเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม
    - ไม่ประกอบกิจการหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์อันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของตน
    
  (5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ ประสิทธิภาพ และคุณภาพของงาน
    - ปฏิบัติงานด้วยความรวดเร็ว ทันต่อเวลาและสถานการณ์
    - คำนึงถึงประโยชน์และความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรของรัฐ
    - รักษามาตรฐานการทำงานที่ดี
    - พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
    - ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม
    - เชื่อมั่นในระบบการทำงานเป็นทีม
    - ให้บริการแก่ประชาชนด้วยความเต็มใจ
    - เปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง

  (6) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม
    - ปราศจากอคติ
    - ไม่เลือกปฏิบัติโดยการใช้ความรู้สึกหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือเหตุผลของความแตกต่าง ทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ สภาพร่างกาย สถานะทางเศรษฐกิจสังคม
    - รักษาความเป็นกลางทางการเมือง โดยไม่อาศัยตำแหน่งหน้าที่ซึ่งอาจมีลักษระเป็นการให้คุณ ให้โทษแก่นักการเมืองและพรรคการเมือง

  (7) ดำรงตนเป็นแบบอย่างด้วยการเป็นข้าราชการที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ
    - ปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน
    - ปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความสุภาพ
    - อ่อนน้อมถ่อมตน
    - ไม่อ้างหรือใช้อำนาจโดยปราศจากเหตุผล
    - ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบรมราโชวาท หลักคำสอนทางศาสนามาปรับใช้
    - ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ด้วยการเคารพกฎหมายและมีวินัย

4. การรักษาจรรยาวิชาชีพเฉพาะ
  หากมีกฎหมายหรือข้อบังคับอื่นใด กำหนดให้ข้าราชการพลเรือนต้องยึดถือหรือปฏิบัติตามจรรยาวิชาชีพไว้โดยเฉพาะ ก็จะต้องรักษาจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนนี้และจะต้องยึดมั่นในจรรยาวิชาชีพนั้นด้วย

***ขอให้ประสบความสำเร็จในการสอบครับ***

ความคิดเห็น