แนวข้อสอบ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ชุดที่ 2)

          แนวข้อสอบ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ชุดที่ 2) เป็นไปตามพ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 แก้ไขเพิ่มเติมล่าสุดโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 32/2560 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 เรื่อง การบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชนในกรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล้ำลำแม่น้ำ

          ข้อ 11. พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 มีผลใช้บังคับเมื่อใด
          ก. วันที่ 1 มกราคม 2456 เป็นต้นไป
          ข. วันที่ 1 กันยายน 2456 เป็นต้นไป
          ค. วันที่ 1 มกราคม 2457 เป็นต้นไป
          ง. วันที่ 1 กันยายน 2457 เป็นต้นไป

          ข้อ 12. เรือกลไฟ มีความหมายตรงกับตัวเลือกในข้อใด
          ก. เรือที่เดินด้วยเครื่องจักรกล และใช้กำลังอื่นด้วยหรือไม่ก็ตาม
          ข. เรือที่มีขยนาดต่ำกว่าสามสิบตันกรอสส์ที่เดินด้วยเครื่องจักร
          ค. เรือที่เดินด้วยเครื่องจักรจะใช้ใบด้วยหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมตลอดถึงเรือกำปั่นยนต์ด้วย
          ง. เรือที่บรรทุกคนโดยสารเกินสิบสองคน

          ข้อ 13. นายเรือมีหน้าที่ต้องชักธงลา หรือเรียกอีกชื่อว่าธงใด
          ก. บลูเลอร์
          ข. บลูลา
          ค. บลูเชอร์
          ง. บลูปีเตอร์

          ข้อ 14. เรือกลที่เป็นเรือเดินทะเลเมื่อเข้ามาในเขตท่าเรือในน่านน้ำไทย จะต้องปฏิบัติในข้อใด
          ก. นายเรือต้องรายงานต่อเจ้าท่า ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่จอดเรือเรียบร้อย
          ข. ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าท่า
          ค. แจ้งกำหนดออกเรือต่อเจ้าท่า ก่อนออกเรือไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
          ง. ต้องชักธงลาในเวลาเช้า

          ข้อ 15. เรือกลที่เป็นเรือเดินทะเลและเป็นเรือไทยขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสส์ที่จะออกจากเขตท่าเรือในน่านน้ำไทย โดยไม่แจ้งกำหนดออกเรือต่อเจ้าท่า ต้องระวางโทษตามข้อใด
          ก. ปรับตั้งแต่ห้าร้อยบาทถึงห้าพันบาท
          ข. ปรับไม่เกินห้าพันบาท 
          ค. ปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท
          ง. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

          ข้อ 16. ข้อใดเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจอดเรือ
          ก. ในเขตกรุงเทพ เรือกำปั่นที่ไม่ได้ผูกจอดเทียบท่าเรือ ต้องทอดสมอจอดกลางลำน้ำด้วยสมอสองตัว มีสายโซ่ให้พอทั้งสองตัว เพื่อกันไม่ให้เรือเกาสมอเคลื่อนจากที่นั้นได้
          ข. เรือกำปั่นที่ผูกจอดท่าพักสินค้า ต้องทอดสมอลงไปในแม่น้ำห่างจากหัวเรือไม่เกินกว่าสามสิบเมตร
          ค. เรือท้องแบนต้องผูกจอดอยู่ในทางเรือเดินในลำแม่น้ำเท่านั้น
          ง. เรือโป๊ะจ้าย ต้องจอดทอดสมอกลางแม่น้ำ

          ข้อ 17. เหตุใดจึงห้ามเรือกำปั่นจอดทอดสมอในลำแม่น้ำระหว่างปากคลองผดุงกับคลองสำเพ็ง 
          ก. เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย
          ข. เป็นทำเลสำหรับทางให้เรือเดินขึ้นล่อง
          ค. เพราะเป็นพื้นที่สีแดงในการล่องเรือ
          ง. เหตุฉุกเฉินจำเป็นตามกฎหมาย

          ข้อ 18. เรือบรรทุกคนโดยสารหรือของจากต่างประเทศเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อผ่านด่านสมุทรปราการแล้ว ต้องจอดเรือ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษตามข้อใด
          ก. ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
          ข. ปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท
          ค. ปรับตั้งแต่สามพันบาทถึงสามหมื่นบาท
          ง. ปรับตั้งแต่สามพันบาทถึงสามหมื่นบาท และปรับรายวันวันละหนึ่งพันบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง

          ข้อ 19. เรือกำปั่นที่ต้องการเปลี่ยนที่ทอดจอด ต้องชักธงสัญญาณอักษรในข้อใด
          ก. R.X.
          ข. S.T.
          ค. B.A.Z.
          ง. C.X.R.

          ข้อ 20. ผู้ใดมีหน้าที่และอำนาจสั่งห้ามใช้และให้แก้ไขท่ารับส่งคนโดยสารที่มีสภาพไม่ปลอดภัย
          ก. เจ้าพนักงานตรวจเรือ
          ข. เจ้าพนักงานออกใบอนุญาต
          ค. เจ้าท่า
          ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม


*********************

เฉลย
          ข้อ 11. ตอบ ข. ดูมาตรา 2
          ข้อ 12. ตอบ ค. ดูนิยาม "เรือกำปั่นไฟ" หรือ "เรือกลไฟ"
          ข้อ 13. ตอบ ง. ดูมาตรา 19
          ข้อ 14. ตอบ ก. ดูมาตรา 18
          ข้อ 15. ตอบ ก. ดูมาตรา 24
          ข้อ 16. ตอบ ค. ดูมาตรา 31
          ข้อ 17. ตอบ ข. ดูมาตรา 37
          ข้อ 18. ตอบ ง. ดูมาตรา 38 จัตวา
          ข้อ 19. ตอบ ค. ดูมาตรา 40
          ข้อ 20. ตอบ ค. ดูมาตรา 46 ทวิ

#นักเรียนกฎหมาย
16 ตุลาคม 2561



ความคิดเห็น