ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ชุดที่ 2)

ข้อ 11. ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม หมายถึง ข้าราชการฝ่ายตุลาการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมล่าสุดฉบับใด
1. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2550
2. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2551
3. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560
4. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2560

ข้อ 12. อักษรย่อของ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม คือข้อใด 
1. กต
2. กต.
3. ก.ต
4. ก.ต.

ข้อ 13. จากตัวเลือก ข้อใดต่อไปนี้มิได้อยู่ในความหมายของคำว่าสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
1. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง
2. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเขต
3. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด
4. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว

ข้อ 14. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการบริหารศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ
1. อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี 
2. อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี 
3. อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี บริบูรณ์
4. อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี บริบูรณ์

ข้อ 15. ผู้ใดมีหน้าที่และอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดกรณีเป็นที่สงสัยเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
1. ก.บ.ศ.
2. ก.ศ.
3. ก.ต.
4. ก.พ.

ข้อ 16. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่ง กรรมการบริหารศาลยุติธรรม
1. คราวละ 2 ปี วาระเดียว
2. คราวละ 2 ปี ดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
3. คราวละ 4 ปี วาระเดียว
4. คราวละ 4 ปี ดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้

ข้อ 17. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่ง กรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม
1. คราวละ 2 ปี วาระเดียว
2. คราวละ 2 ปี ดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
3. คราวละ 4 ปี วาระเดียว
4. คราวละ 4 ปี ดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้

ข้อ 18. การกระทำในข้อใดที่เป็นเหตุแห่งการไล่ออกเพราะกระทำผิดวินัย และเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามของการเป็นกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.)
1. ประมาทเลินเล่นอย่างร้ายแรง
2. ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในหน้าที่ราชการ
3. ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการอันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย
4. ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

ข้อ 19. ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. กรรมการบริหารศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนแต่ไม่เกินสี่คน
2. เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
3. กรรมการตุลาการศาลยุติธรรมต้องไม่เป็นกรรมการบริหารศาลยุติธรรมในคราวเดียวกัน
4. ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการบริหารศาลยุติธรรม

ข้อ 20. ข้อใดไม่ถูกต้อง
1. เลขานุการ ก.พ. เป็นกรรมการในคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมโดยตำแหน่ง
2. ข้าราชการศาลยุติธรรมที่ได้รับคัดเลือก 5 คน เป็นคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม
3. ข้าราชการศาลยุติธรรมประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการขึ้นไป มีสิทธิคัดเลือกข้าราชการศาลยุติธรรมเป็นคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม
4. ข้าราชการศาลยุติธรรมประเภททั่วไป ระดับอาวุโสขึ้นไป มีสิทธิได้รับคัดเลือกเป็นคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม



เฉลย
ข้อ 11. ตอบ 3. ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2560
ข้อ 12. ตอบ 4. มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 กำหนดนิยาม "ก.ต." หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม
ข้อ 13. ตอบ 2. ดูนิยาม
ข้อ 14. ตอบ 4. มาตรา 11 (2) อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี บริบูรณ์
ข้อ 15. ตอบ 1. มาตรา 13 วรรคท้าย ก.บ.ศ. เป็นผู้วินิจฉัย
ข้อ 16. ตอบ 2. มาตรา 12 วรรคหนึ่ง กรรมการบริหารศาลยุติธรรมมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
ข้อ 17. ตอบ 2. มาตรา 20 วรรคหนึ่ง ประกอบกับมาตรา 12 วรรคหนึ่ง กรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
ข้อ 18. ตอบ 4. มาตรา 77 (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543
ข้อ 19. ตอบ 2. มาตรา 10 เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นเลขานุการ 
ข้อ 20. ตอบ 1. มาตรา 18 (1) เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรมโดยตำแหน่ง ส่วนเลขานุการ ก.พ. คือ ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.พ. ปฏิบัติหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ไม่ใช่ตำแหน่งเลขานุการ ก.พ. 


#นักเรียนกฎหมาย
16 พฤศจิกายน 2561

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ข้อ 1 นาย เอ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของเทศบาลบี ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเก็บขยะมูลฝอยด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของนาย ซี ทำให้รถยนต์ของนาย ซี เสียหาย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ ถูกต้อง ก. นาย เอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข. การกระทำของนาย เอ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการสาธารณะเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ค.  เทศบาลบี เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ นาย เอ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ ง.   นายซี มีอำนาจฟ้องเทศบาลบี ต่อศาลปกครอง ข้อ 2 การกำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องออกเป็นกฎหมายใด ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา ค. พระราชกำหนด ง. กฎกระทรวง ข้อ 3 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การกระทำโดยจงใจ คือ รู้สำนึกถึงการกระทำว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ข. การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ ไม่มีเจตนา แต่พึงคาดหมายได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และหากใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ก็อาจป้องกันมิให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

***ปล. ในเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หากมีโอกาสผมจะเพิ่มเติมแนวข้อสอบในโพสต์นี้นะครับ*** ข้อ 1. ส่วนราชการต่างๆ จะต้องจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด    ก. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ    ข. เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ    ค. เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน    ง. เพื่อปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ข้อ 2. ในวาระเริ่มแรก แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการมีระยะเวลากี่ปี ตามกฎหมายใหม่    ก. 2 ปี    ข. 3 ปี    ค. 5 ปี    ง. 6 ปี ข้อ 3. แผนปฏิบัติราชการตามข้อ 2. มีห้วงระยะเวลาตามข้อใด    ก. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    ข. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    ค.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567    ง.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อ 4. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นความหมายต

โครงสร้างรัฐธรรมนูญ'60

การศึกษาโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายอื่นๆ มีความสำคัญมาก ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกฎหมายนั้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาบทบัญญัติต่างๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน (2560) มีบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอีก 18 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป  (มาตรา 1-5) หมวด 2 พระมหากษัตริย์  (มาตรา 6-24)   หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 25-49) หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 50) หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  (มาตรา 51-63) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  (มาตรา 64-78) หมวด 7 รัฐสภา  (มาตรา 79-157)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  79-82)     ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร  (มาตรา  83-106)     ส่วนที่ 3 วุฒิสภา  (มาตรา  107-113)     ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง  (มาตรา  114-155)     ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา   (มาตรา  156-157)  หมวด 8 คณะรัฐมนตรี  (มาตรา 158-183)  หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์  (มาตรา 184-187)  หมวด 10 ศาล  (มาตรา 188-199)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  188-