สัญญาจ้างเป็นโมฆียะเพราะสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคล โจทก์ใช้สิทธิบอกล้าง สัญญาจ้างจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์ฟ้องผู้ค้ำประกันไม่ได้ (ฎ.7125/2568)
คณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำชี้ขาดแล้วว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างเป็นโมฆียะ เพราะเกิดขึ้นโดยการสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคล และโจทก์ใช้สิทธิบอกล้างแล้ว สัญญาดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะ คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง
และคดีที่โจทก์ฟ้องผู้รับจ้างเพื่อเรียกคืนเงินค่าจ้าง ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้พิพากษาให้ผู้รับจ้างคืนเงินค่าจ้างล่วงหน้างวดที่ 1 แก่โจทก์ อันเป็นการชี้ขาดตามคำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างตกเป็นโมฆะด้วยมีการบอกล้างโมฆียกรรมแล้ว
ดังนั้น โจทก์ต้องผูกพันตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ชี้ขาดว่าสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างตกเป็นโมฆะ เป็นผลให้นิติกรรมระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างถือว่าเป็นโมฆะย้อนหลังขึ้นไปนับแต่วันเริ่มต้นทำสัญญา เสมือนว่าโจทก์กับผู้รับจ้างไม่ได้ทำนิติกรรมกันเลยมาตั้งแต่เริ่มต้นทำนิติกรรม
แม้จำเลยทำหนังสือสัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาของผู้รับจ้างไว้ต่อโจทก์ แต่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 681 การค้ำประกันมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์ เมื่อสัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับผู้รับจ้างไม่มีผลใช้บังคับอีกต่อไป จำเลยจึงหลุดพ้นจากความผูกพันตามหนังสือสัญญาค้ำประกัน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยให้รับผิด
ที่มา ระบบสืบค้นคำพิพากษา คำสั่งคำร้องและคำวินิจฉัยศาลฎีกา
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น