นำภาพเปลือยเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในบัญชีทวิตเตอร์ที่เปิดสาธารณะ เป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่มีลักษณะลามกอยู่ในตัว เป็นความผิดบทเดียว (ฎ.2412/2569)

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ และฐานร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ 

ข้อเท็จจริงได้ความตามบันทึกคำให้การผู้ต้องหาแนบท้ายอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งโจทก์มิได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ชื่อ "Y / L XXX & XXX" 

จำเลยที่ 1 โพสต์ภาพเปลือยของจำเลยทั้งสองเผยแพร่ในบัญชีทวิตเตอร์ของจำเลยที่ 1 ซึ่งเปิดเป็นสาธารณะด้วยความสมัครใจของจำเลยทั้งสอง ดังนั้น ทันทีที่มีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยการโพสต์ภาพเปลือยของจำเลยทั้งสองดังกล่าวในบัญชีทวิตเตอร์ของจำเลยที่ 1 ที่เปิดเป็นสาธารณะ ย่อมเป็นการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามกดังกล่าวอยู่ในตัว เมื่อจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดฐานดังกล่าวในคราวเดียวกันต่อเนื่องกัน อีกทั้งการกระทำความผิดดังกล่าวก็เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง เช่นเดียวกัน จึงเป็นความผิดเพียงบทเดียว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (4) (5) ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานดังกล่าวเป็นสองกรรมจึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพและไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันนำภาพเปลือยเห็นเต้านมและอวัยวะเพศของจำเลยทั้งสองที่มีลักษณะอันลามกเข้าสู่บัญชีแอปพลิเคชันทวิตเตอร์ที่เปิดเป็นสาธารณะประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ แสดงถึงเจตนาของจำเลยทั้งสองที่จะเผยแพร่ภาพเปลือยดังกล่าวแก่สาธารณชน เข้าข่ายการแสวงหาประโยชน์จากการกระทำดังกล่าว หาใช่เจตนาถ่ายภาพเพื่อเก็บเอาไว้เป็นการส่วนตัวหรือเฉพาะกลุ่มดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา อีกทั้งยังเป็นการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมและมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง สมควรที่จะลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่าง แม้จำเลยทั้งสองจะมีภาระต้องดูแลครอบครัว หรือมีเหตุอื่นดังที่ยกขึ้นอ้างในฎีกา ก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสอง ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยทั้งสองมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ และฐานร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (4) (5) เพียงบทเดียว ให้จำคุก 1 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน เมื่อรวมกับโทษปรับฐานกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัลโดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกายเป็นจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ที่มา ระบบสืบค้นคำพิพากษา คำสั่งคำร้องและคำวินิจฉัยศาลฎีกา

ความคิดเห็น

10 บทความยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 (55 ข้อ)

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ชุดที่ 1)

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 (30 ข้อ)

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ชุดที่ 5)

การส่งเด็กเข้าเรียนตามกฎหมาย

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 (ชุดที่ 1)

แนวข้อสอบ พนักงานราชการ (ข้อ 1 - 10)

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546

แนวข้อสอบ ระเบียบฯ สารบรรณ (ชุดที่ 3)