ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 (ชุดที่ 6)


ข้อ 51 ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับวิธีพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
ก. ใช้ระบบกล่าวหา
ข. ใช้ระบบไต่สวน
ค. ใช้ระบบผสมผสาน
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

ข้อ 52 ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งถูกคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือน 5% เป็นเวลา 1 เดือน หากไม่เห็นด้วยกับคำสั่งลงโทษ จะต้องอุทธรณ์ตามข้อใด
ก. อุทธรณ์ต่อ ก.พ. ภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง
ข. อุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค. ภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง
ค. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง
ง. อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง

ข้อ 53 จากข้อ 52 เมื่อได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์แล้ว ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 ต้องดำเนินการตามคำวินิจฉัยดังกล่าว ภายในกำหนดเวลาใด
ก. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัย
ข. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำวินิจฉัย
ค. ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัย
ง. ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีคำวินิจฉัย

ข้อ 54 กรณีผู้อุทธรณ์คำสั่งลงโทษ ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ สิทธิโต้แย้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นไปตามข้อใด
ก. อุทธรณ์ต่อศาลปกครอง ภายใน 60 วัน
ข. ฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ภายใน 60 วัน
ค. อุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ภายใน 90 วัน
ง. ฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุด ภายใน 90 วัน

ข้อ 55 การร้องทุกข์ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน กรณีเหตุแห่งการร้องทุกข์เกิดจากปลัดกระทรวง ต้องร้องทุกข์ต่อผู้ใด
ก. รัฐมนตรีเจ้าสังกัด
ข. นายกรัฐมนตรี
ค. ก.พ.ค.
ง. ก.พ.

ข้อ 56 กรณีต่อไปนี้ กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์อาจถูกคัดค้านได้ ยกเว้นข้อใด
ก. รู้เห็นเหตุการณ์ในการกระทำผิดวินัย
ข. มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ร้องทุกข์
ค. มีส่วนได้เสียในการกระทำผิดวินัย
ง. เคยเป็นผู้บังคับบัญชาผู้สั่งลงโทษ

ข้อ 57 โรคใดต่อไปนี้ มิใช่ลักษณะต้องห้ามของข้าราชการพลเรือนสามัญ
ก. วัณโรคในระยะแพร่กระจาย
ข. โรคติดยาเสพติดให้โทษ
ค. โรคไตวายเรื้อรัง
ง. โรคพิษสุราเรื้อรัง

ข้อ 58 รองผู้ว่าราชการจังหวัด จัดเป็นตำแหน่งประเภทและระดับใด
ก. ประเภทบริหาร ระดับต้น
ข. ประเภทบริหาร ระดับสูง
ค. ประเภทอำนวยการ ระดับต้น
ง. ประเภทอำนวยการ ระดับสูง

ข้อ 59 คำว่า "ครึ่งปีแรก" ในการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญ คือระยะเวลาปฏิบัติราชการตามข้อใด
ก. 1 มกราคม ถึง 30 มิถุนายน
ข. 1 ตุลาคม ถึง 31 มีนาคม
ค. 1 กรกฎาคม ถึง 31 ธันวาคม
ง. 1 เมษายน ถึง 30 กันยายน

ข้อ 60 ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งดำรงตำแหน่งสายงานใด ไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ตาม กฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2551 
ก. สายงานวิชาการบัญชี
ข. สายงานวิเคราะห์นโยบายและแผน
ค. สายงานวิชาการที่ดิน
ง. ไม่มีข้อใดถูก

เฉลย
ข้อ 51 ตอบ ข. วิธีพิจารณาอุทธรณ์ของ ก.พ.ค. ใช้ระบบไต่สวน ตามกฎ ก.พ.ค. ว่าด้วยการอุทธรณ์และการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ พ.ศ. 2551 ข้อ 5
ข้อ 52 ตอบ ง. มาตรา 114 วรรคหนึ่ง อุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค. ภายใน 30 วันนับแต่วันทราบหรือถือว่าทราบคำสั่ง
ข้อ 53 ตอบ ข. มาตรา 116 วรรคหนึ่ง ต้องดำเนินการตามคำวินิจฉัย ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ ก.พ.ค. มีคำวินิจฉัย
ข้อ 54 ตอบ ง. มาตรา 116 วรรคสอง ฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุด ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.
ข้อ 55 ตอบ ค. มาตรา 123 วรรคสอง เหตุแห่งการร้องทุกข์เกิดจากปลัดกระทรวง ให้ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค.
ข้อ 56 ตอบ ข. มาตรา 125 วรรคหนึ่ง (3) สาเหตุโกรธเคืองกับผู้ร้องทุกข์ เป็นเหตุคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ไม่ใช่เหตุคัดค้านกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ (เป็นคนละกรณีกับคำถาม)
ข้อ 57 ตอบ ค. กฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2553 กำหนดโรคที่เป็นลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญไว้ 5 ประเภท โดยไม่ได้กำหนดโรคไตวายเรื้อรังแต่อย่างใด (เมื่อตอนยกร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ได้กำหนดโรคไตวายเรื้อรัง แต่ต่อมาถูกตัดออก จึงไม่มีผลใช้บังคับ)
ข้อ 58 ตอบ ก. รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น ตาม กฎ ก.พ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดประเภทตำแหน่งและระดับตำแหน่ง พ.ศ. 2551 
ข้อ 59 ตอบ ข. "ครึ่งปีแรก" ในการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญ คือ 1 ตุลาคม ถึง 31 มีนาคม ของปีถัดไป (เริ่มปีงบประมาณ 1 ตุลาคม) ตาม กฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ. 2552
ข้อ 60 ตอบ ง. เนื่องจากตามตัวเลือก ก. ข. และ ค. เป็นสายงานที่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดตาม กฎ ก.พ. ดังกล่าว

ลิ้งก์ แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
#นักเรียนกฎหมาย
 15 พฤษภาคม 2564

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ข้อ 1 นาย เอ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของเทศบาลบี ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเก็บขยะมูลฝอยด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของนาย ซี ทำให้รถยนต์ของนาย ซี เสียหาย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ ถูกต้อง ก. นาย เอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข. การกระทำของนาย เอ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการสาธารณะเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ค.  เทศบาลบี เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ นาย เอ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ ง.   นายซี มีอำนาจฟ้องเทศบาลบี ต่อศาลปกครอง ข้อ 2 การกำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องออกเป็นกฎหมายใด ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา ค. พระราชกำหนด ง. กฎกระทรวง ข้อ 3 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การกระทำโดยจงใจ คือ รู้สำนึกถึงการกระทำว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ข. การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ ไม่มีเจตนา แต่พึงคาดหมายได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และหากใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ก็อาจป้องกันมิให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

***ปล. ในเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หากมีโอกาสผมจะเพิ่มเติมแนวข้อสอบในโพสต์นี้นะครับ*** ข้อ 1. ส่วนราชการต่างๆ จะต้องจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด    ก. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ    ข. เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ    ค. เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน    ง. เพื่อปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ข้อ 2. ในวาระเริ่มแรก แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการมีระยะเวลากี่ปี ตามกฎหมายใหม่    ก. 2 ปี    ข. 3 ปี    ค. 5 ปี    ง. 6 ปี ข้อ 3. แผนปฏิบัติราชการตามข้อ 2. มีห้วงระยะเวลาตามข้อใด    ก. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    ข. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    ค.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567    ง.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อ 4. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นความหมายต

โครงสร้างรัฐธรรมนูญ'60

การศึกษาโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายอื่นๆ มีความสำคัญมาก ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกฎหมายนั้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาบทบัญญัติต่างๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน (2560) มีบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอีก 18 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป  (มาตรา 1-5) หมวด 2 พระมหากษัตริย์  (มาตรา 6-24)   หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 25-49) หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 50) หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  (มาตรา 51-63) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  (มาตรา 64-78) หมวด 7 รัฐสภา  (มาตรา 79-157)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  79-82)     ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร  (มาตรา  83-106)     ส่วนที่ 3 วุฒิสภา  (มาตรา  107-113)     ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง  (มาตรา  114-155)     ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา   (มาตรา  156-157)  หมวด 8 คณะรัฐมนตรี  (มาตรา 158-183)  หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์  (มาตรา 184-187)  หมวด 10 ศาล  (มาตรา 188-199)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  188-