ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 (ชุดที่ 2)


ข้อ 11. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ เลขาธิการ ก.พ.
ก. เป็นกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค.
ข. เป็นเลขานุการ ก.พ.ค.
ค. เป็นเลขานุการ ก.พ.
ง. เป็นกรรมการและเลขานุการ ก.พ.


ข้อ 12. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ อ.ก.พ.สามัญ
ก. ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน อ.ก.พ.จังหวัด
ข. อธิบดีเป็นประธาน อ.ก.พ.กรม
ค. ปลัดกระทรวงเป็นประธาน อ.ก.พ.กระทรวง
ง. รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเป็นประธาน อ.ก.พ.กระทรวง

ข้อ 13. เลขาธิการ ก.พ. เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและบริหารราชการของสำนักงาน ก.พ. นั้น ข้อใดถูกต้อง
ก. สำนักงาน ก.พ. ขึ้นตรงต่อเลขาธิการ ก.พ.
ข. สำนักงาน ก.พ. ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
ค. สำนักงาน ก.พ. ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี
ง. สำนักงาน ก.พ. ขึ้นตรงต่อ ก.พ.

ข้อ 14. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. ตัวเลือกในข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ประกอบด้วยกรรมการ 7 คน
ข. กรรมการ ก.พ.ค. ต้องทำงานเต็มเวลา
ค. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี
ง. มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี

ข้อ 15. คณะกรรมการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค. ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธานกรรมการคัดเลือก
ข. กรรมการ ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายเป็นคณะกรรมการคัดเลือก
ค. ผู้ได้รับการคัดเลือกต้องประชุมเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธาน ก.พ.ค.
ง. นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ก.พ.ค.

ข้อ 16. กรรมการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.พ. มีจำนวนเท่าใด
ก. 5 คน
ข. 3-5 คน
ค. 5-7 คน
ง. ไม่เกิน 7 คน

ข้อ 17. ข้อใดเป็นอำนาจหน้าที่ ก.พ.
ก. ดำเนินการเกี่ยวกับทุนเล่าเรียนหลวง
ข. กำหนดนโยบายเกี่ยวกับทุนเล่าเรียนหลวง
ค. พิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ตามมาตรา 123
ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

ข้อ 18. กรรมการ ก.พ.ค. พ้นจากตำแหน่งตามวาระ และเหตุที่กฎหมายกำหนด ยกเว้นข้อใด
ก. อายุครบ 70 ปีบริบูรณ์
ข. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกโดยรอการลงโทษในความผิดฐานหมิ่นประมาท
ค. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกโดยรอการลงโทษ
ง. ไม่สามารถปฏิบัติงานได้เต็มเวลาอย่างสม่ำเสมอ

ข้อ 19. คณะอนุกรรมการสามัญประจำกรม เรียกโดยย่อว่า อ.ก.พ.กรม ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ อ.ก.พ.กรม
ก. พิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการสั่งให้ออกจากราชการ
ข. อธิบดีมอบหมายรองอธิบดีหนึ่งคนเป็นรองประธาน
ค. พิจารณาเกลี่ยอัตรากำลังระหว่างส่วนราชการต่างๆ ภายในกระทรวง
ง. อ.ก.พ.กรมตั้งเลขานุการได้หนึ่งคน

ข้อ 120. เกี่ยวกับ ก.พ.ค. ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. กรรมการ ก.พ.ค. เลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นเลขานุการ
ข. กรรมการ ก.พ.ค. มีวาระการดำรงตำแหน่งวาระเดียว
ค. ก.พ.ค. มีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ และเรื่องร้องทุกข์
ง. ก.พ.ค. มีอำนาจพิจารณาเรื่องการคุ้มครองระบบคุณธรรม

เฉลย
ข้อ 11. ตอบ ค. ดูมาตรา 6 วรรคหนึ่ง เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ ก.พ.
ข้อ 12. ตอบ ค. ดูมาตรา 15 วรรคหนึ่ง รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเป็นประธาน อ.ก.พ.กระทรวง ส่วนปลัดกระทรวงเป็นรองประธาน อ.ก.พ.กระทรวง
ข้อ 13. ตอบ ข. ดูมาตรา 13 วรรคหนึ่ง สำนักงาน ก.พ. ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
ข้อ 14. ตอบ ง. ดูมาตรา 29 วรรคหนึ่ง กรรมการ ก.พ.ค. มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี นับแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
ข้อ 15. ตอบ ข. ดูมาตรา 26 วรรคหนึ่ง กรรมการ ก.พ. ผู้ทรงคุณวุฒิหนึ่งคนซึ่งได้รับเลือกโดย ก.พ. เป็นคณะกรรมการคัดเลือก
ข้อ 16. ตอบ ค. ดูมาตรา 6 วรรคหนึ่ง มีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 7 คน
ข้อ 17. ตอบ ข. ดูมาตรา 8 (8) ส่วนข้อ ก. เป็นอำนาจหน้าที่ของ "สำนักงาน ก.พ." ตามมาตรา 13 (9)
ข้อ 18. ตอบ ข. ดูมาตรา 30 (5) การรอการลงโทษในความผิดฐานหมิ่นประมาท เป็นเหตุยกเว้นไม่ทำให้พ้นจากตำแหน่ง
ข้อ 19. ตอบ ค. การพิจารณาการเกลี่ยอัตรากำลังภายในกระทรวง เป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.พ.กระทรวง ตามมาตรา 16 (2) 
ข้อ 20. ตอบ ก. ดูมาตรา 24 วรรคท้าย เลขาธิการ ก.พ. เป็นเลขานุการ ก.พ.ค.

ลิ้งก์ แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
#นักเรียนกฎหมาย
28 ธันวาคม 2562 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ข้อ 1 นาย เอ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของเทศบาลบี ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเก็บขยะมูลฝอยด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของนาย ซี ทำให้รถยนต์ของนาย ซี เสียหาย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ ถูกต้อง ก. นาย เอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข. การกระทำของนาย เอ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการสาธารณะเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ค.  เทศบาลบี เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ นาย เอ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ ง.   นายซี มีอำนาจฟ้องเทศบาลบี ต่อศาลปกครอง ข้อ 2 การกำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องออกเป็นกฎหมายใด ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา ค. พระราชกำหนด ง. กฎกระทรวง ข้อ 3 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การกระทำโดยจงใจ คือ รู้สำนึกถึงการกระทำว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ข. การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ ไม่มีเจตนา แต่พึงคาดหมายได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และหากใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ก็อาจป้องกันมิให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

***ปล. ในเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หากมีโอกาสผมจะเพิ่มเติมแนวข้อสอบในโพสต์นี้นะครับ*** ข้อ 1. ส่วนราชการต่างๆ จะต้องจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด    ก. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ    ข. เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ    ค. เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน    ง. เพื่อปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ข้อ 2. ในวาระเริ่มแรก แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการมีระยะเวลากี่ปี ตามกฎหมายใหม่    ก. 2 ปี    ข. 3 ปี    ค. 5 ปี    ง. 6 ปี ข้อ 3. แผนปฏิบัติราชการตามข้อ 2. มีห้วงระยะเวลาตามข้อใด    ก. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    ข. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    ค.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567    ง.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อ 4. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นความหมายต

โครงสร้างรัฐธรรมนูญ'60

การศึกษาโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายอื่นๆ มีความสำคัญมาก ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกฎหมายนั้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาบทบัญญัติต่างๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน (2560) มีบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอีก 18 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป  (มาตรา 1-5) หมวด 2 พระมหากษัตริย์  (มาตรา 6-24)   หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 25-49) หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 50) หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  (มาตรา 51-63) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  (มาตรา 64-78) หมวด 7 รัฐสภา  (มาตรา 79-157)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  79-82)     ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร  (มาตรา  83-106)     ส่วนที่ 3 วุฒิสภา  (มาตรา  107-113)     ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง  (มาตรา  114-155)     ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา   (มาตรา  156-157)  หมวด 8 คณะรัฐมนตรี  (มาตรา 158-183)  หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์  (มาตรา 184-187)  หมวด 10 ศาล  (มาตรา 188-199)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  188-