ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 (ชุดที่ 4)


ข้อ 31 การเปลี่ยนระบบซีเป็นแท่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ ปัจจุบันแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ก. 2 ประเภท
ข. 2 ระดับตำแหน่ง
ค. 4 ประเภท
ง. 4 ระดับตำแหน่ง

ข้อ 32 หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่งคือ
ก. ก.พ.
ข. อ.ก.พ.กระทรวง
ค. ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57
ง. อ.ก.พ.สามัญ

ข้อ 33 ตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย จัดเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทใด
ก. บริหาร
ข. อำนวยการ
ค. วิชาการ
ง. ทั่วไป

ข้อ 34 หน่วยงานที่มีอำนาจกำหนดตำแหน่งที่มีชื่ออย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในการบริหารงาน นอกจากตำแหน่งที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
ก. ก.พ.
ข. อ.ก.พ.กระทรวง
ค. อ.ก.พ.กรม
ง. สำนักนายกรัฐมนตรี

ข้อ 35 ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน บัญญัติให้ตรากฎหมายใดเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุ่มของข้าราชการพลเรือนสามัญ
ก. พระราชบัญญัติ
ข. พระราชกฤษฎีกา
ค. กฎ ก.พ.
ง. ประกาศ ก.พ.

ข้อ 36 ผู้มีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อเป็นการเยียวยาให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนหรือเงินประจำตำแหน่งที่เหมาะสมและเป็นธรรมเป็นกรณีๆ ไป
ก. ก.พ.
ข. อ.ก.พ.กระทรวง
ค. คณะรัฐมนตรี
ง. สำนักงบประมาณ

ข้อ 37 ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งในแต่ละประเภท ตามที่กำหนดในบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
ข. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ เป็นไปตามระเบียบของ ก.พ.
ค. เงินประจำตำแหน่ง ไม่ถือเป็นเงินเดือนเพื่อเป็นเกณฑ์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ง. การปรับเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงหรือเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญเพิ่ม ไม่เกินร้อยละ 10 ให้กระทำโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ตัวเลือกต่อไปนี้ ใช้ตอบคำถามข้อ 38 ถึงข้อ 40 
ก. อธิบดี
ข. ปลัดกระทรวง
ค. รัฐมนตรีเจ้าสังกัด
ง. นายกรัฐมนตรี

ข้อ 38 ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโส

ข้อ 39 ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ข้อ 40 ผู้สั่งบรรจุข้าราชการ ประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ

เฉลย
ข้อ 31 ตอบ ค. มาตรา 45 ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญมี 4 ประเภท คือ ประเภทบริหาร อำนวยการ วิชาการ และทั่วไป
ข้อ 32 ตอบ ก. มาตรา 48 วรรคหนึ่ง ให้ ก.พ. จัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง โดยจำแนกเป็นประเภทและสายงานตามลักษณะงาน 
ข้อ 33 ตอบ ค. มาตรา 46 (3) (จ) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ
ข้อ 34 ตอบ ข. มาตรา 44 ให้อำนาจ อ.ก.พ.กระทรวงกำหนด และแจ้งให้ ก.พ.ทราบ
ข้อ 35 ตอบ ข. มาตรา 43 วรรคสอง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุ่มของข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
ข้อ 36 ตอบ ค. มาตรา 50/1 ก.พ. เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ข้อ 37 ตอบ ข. มาตรา 50 วรรคสี่ ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. (ปัจจุบันคือ กฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ. 2551)
ข้อ 38 ตอบ ก. มาตรา 57 (10) อธิบดีเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
ข้อ 39 ตอบ ค. มาตรา 57 (4) รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเป็นผูัมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
ข้อ 40 ตอบ ค. มาตรา 57 (7) รัฐมนตรีเจ้าสังกัดเป็นผู้สั่งบรรจุ และให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูบเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

ลิ้งก์ แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
#นักเรียนกฎหมาย
 30 มีนาคม 2564

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมประจำสัปดาห์

แนวข้อสอบ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ข้อ 1 นาย เอ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ของเทศบาลบี ปฏิบัติหน้าที่ขับรถเก็บขยะมูลฝอยด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์ของนาย ซี ทำให้รถยนต์ของนาย ซี เสียหาย จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ ถูกต้อง ก. นาย เอ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข. การกระทำของนาย เอ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการสาธารณะเกี่ยวกับการรักษาความสะอาด ค.  เทศบาลบี เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่ นาย เอ ได้กระทำไปในการปฏิบัติหน้าที่ ง.   นายซี มีอำนาจฟ้องเทศบาลบี ต่อศาลปกครอง ข้อ 2 การกำหนดหน่วยงานอื่นของรัฐให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องออกเป็นกฎหมายใด ก. พระราชบัญญัติ ข. พระราชกฤษฎีกา ค. พระราชกำหนด ง. กฎกระทรวง ข้อ 3 ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การกระทำโดยจงใจ คือ รู้สำนึกถึงการกระทำว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ข. การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คือ ไม่มีเจตนา แต่พึงคาดหมายได้ว่าอาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น และหากใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ก็อาจป้องกันมิให้เกิดความเสียหายได้ แต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย

แนวข้อสอบ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

***ปล. ในเรื่องการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยังมีหลักกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก หากมีโอกาสผมจะเพิ่มเติมแนวข้อสอบในโพสต์นี้นะครับ*** ข้อ 1. ส่วนราชการต่างๆ จะต้องจัดทำบัญชีต้นทุนในงานบริการสาธารณะ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ในเรื่องใด    ก. เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ    ข. เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ    ค. เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน    ง. เพื่อปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการ ข้อ 2. ในวาระเริ่มแรก แผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการมีระยะเวลากี่ปี ตามกฎหมายใหม่    ก. 2 ปี    ข. 3 ปี    ค. 5 ปี    ง. 6 ปี ข้อ 3. แผนปฏิบัติราชการตามข้อ 2. มีห้วงระยะเวลาตามข้อใด    ก. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562    ข. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565    ค.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2567    ง.  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ข้อ 4. การปฏิบัติราชการที่มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและปลอดภัยของสังคมส่วนรวม ตลอดจนประโยชน์สูงสุดของประเทศ เป็นความหมายต

โครงสร้างรัฐธรรมนูญ'60

การศึกษาโครงสร้างของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือกฎหมายอื่นๆ มีความสำคัญมาก ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นภาพรวมของกฎหมายนั้น สามารถศึกษาและทำความเข้าใจเนื้อหาบทบัญญัติต่างๆ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน (2560) มีบทบัญญัติทั้งสิ้น 279 มาตรา แบ่งออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอีก 18 มาตรา ดังนี้ หมวด 1 บททั่วไป  (มาตรา 1-5) หมวด 2 พระมหากษัตริย์  (มาตรา 6-24)   หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 25-49) หมวด 4 หน้าที่ของปวงชนชาวไทย  (มาตรา 50) หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ  (มาตรา 51-63) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ  (มาตรา 64-78) หมวด 7 รัฐสภา  (มาตรา 79-157)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  79-82)     ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร  (มาตรา  83-106)     ส่วนที่ 3 วุฒิสภา  (มาตรา  107-113)     ส่วนที่ 4 บทที่ใช้แก่สภาทั้งสอง  (มาตรา  114-155)     ส่วนที่ 5 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา   (มาตรา  156-157)  หมวด 8 คณะรัฐมนตรี  (มาตรา 158-183)  หมวด 9 การขัดกันแห่งผลประโยชน์  (มาตรา 184-187)  หมวด 10 ศาล  (มาตรา 188-199)     ส่วนที่ 1 บททั่วไป  (มาตรา  188-